- 26 ก.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ http://www.tnews.co.th
พระภิกษุเชื้อ วิสุทธสีโล วัดบางปะกอก ได้เล่าไว้ว่าเมื่อตอนเป็นเด็กอายุ ๑๒-๑๓ ปี ได้ติดตามพระจำรัส ประสารเกตุ พี่ชายของนายแจ่ม ประสารเกตุ (คนเก่าแก่ตำบลบางปะกอก) ไปหาหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคเพื่อขอของดีของท่านซึ่งกำลังเริ่มจะมีชื่อเสียง เมื่อเข้าไปถึงวัดก็เข้าไปกราบมนัสการท่าน
หลวงพ่อปาน จึงได้ถามว่ามาทำไม พระจำรัส ฯ จึงตอบว่ามาขอของดีจากหลวงพ่อท่านจึงได้ถามว่าอยู่กันที่ไหนล่ะ
พระจำรัสฯ จึงตอบว่าอยู่วัดบางปะกอก ธนบุรี หลวงพ่อปาน จึงบอกว่าไม่มีหรอกของดีที่นี่น่ะ พระภิกษุเชื้อฯ ตอนนั้นยังเป็นเด็กอยู่และยังไม่ได้บวชเรียน จึงพูดว่าที่หน้าหลวงพ่อมีตั้ง ๕ บาตรแน่ะ
ท่านจึงหัวเราะและกล่าวว่าอยู่วัดบางปะกอกก็มีของอาจารย์ฉันอยู่แล้วนี่นา จะมาเอาของฉันทำไมอีก
"หลวงพ่อพริ้งไงล่ะ"
และท่านก็ได้มอบให้มาคนละ ๕ องค์ พร้อมกับฝากมาให้หลวงพ่อพริ้งอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อกลับมาถึงวัดก็มีมีความสงสัย เพราะหลวงพ่อปานท่านบอกว่าเคยเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพริ้ง แต่ทำไมเราไม่เคยเห็นหน้าสักที เราก็อยู่เป็นเด็กวัดมานาน จึงได้ถามหลวงพ่อพริ้งว่า
"หลวงลุง หลวงพ่อปานเขาบอกว่าเคยเป็นลูกศิษย์ของหลวงลุง ผมไม่เคยเห็นหน้าสักที"
หลวงพ่อจึงกล่าวว่า เขาไม่ได้เป็นลูกศิษย์แบบเอ็งนี่ เขามาเรียนกับข้าเพียงคืนเดียว เท่านั้น สอบถามต่อจึงได้ความว่าหลวงพ่อปานขณะนั้นมีอายุมากกว่า หลวงพ่อ ได้มาขอเรียนวิปัสสนาธุระ โดยบอกว่าทราบว่าอาจารย์สำเร็จวิปัสสนา ผมขอสมัครตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนด้วย เพราะเรียนมาหมดธูปเป็นกระบุงๆ แล้วไม่สำเร็จสักที
หลวงพ่อจึงดำเนินการสอนให้ ซึ่งหลวงพ่อปานศึกษาเพียงคืนเดียวเท่านั้นก็สำเร็จ โดยบอกกับหลวงพ่อปานว่า "เอาละท่านเรียนสำเร็จแล้ว"
หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก นับเป็นเถราจารย์ที่ทรงคุณวิเศษอย่างยอดเยี่ยม ตอนที่กรมหลวงชุมพรฯได้รับคำแนะนำจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ให้ไปร่ำเรียนกับหลวงพ่อพริ้ง พระองค์ก็คงแปลกใจไม่น้อย เพราะหลวงพ่อพริ้งนับเป็นพระที่ยังมีอายุไม่มากเมื่อเทียบกับหลวงปู่ศุข หลวงพ่อเงินและพ่อเฒ่ายิ้ม ที่สำคัญเสด็จในกรมเองก็เจนจบในกสิณธาตุ ชำนาญในการเข้าออกฌานมามากแล้ว ยิ่งตอนที่ร่ำเรียนกับพ่อเฒ่ายิ้มก็สามารถเพ่งลำเทียนจนไส้เทียนขาดกลางพลังจิตขนาดนี้ก็นับว่าเยี่ยมยุทธ ไฉนต้องไปเรียนกับหลวงพ่อพริ้ง
ดังนั้นเมื่อแรกเจอหลวงพ่อพริ้งสิ่งแรกคือต้องขอลองของลองวิชากันหน่อย เริ่มจากเสกมะพร้าวในครัวให้ผ่าไม่ได้ เสกใบไม้เป็นตัวต่อตัวแตนต่อหน้าหลวงพ่อแต่ใบไม้กลับร่วงกลายเป็นตัวอ่อนของแตนสีขาวๆได้ แต่คลานกระดึ๊บๆบินไม่ได้ นั่นแหละเสด็จในกรมจึงรู้ว่าเจอของจริงที่เหนือกว่าเข้าให้แล้ว
หลวงพ่อพริ้ง บวชมาตั้งแต่เป็นเณรศึกษากรรมฐานจากวัดพลับจนเจนจบกรรมฐานมัชฌิมาตามลำดับ ตามแบบฉบับของสมเด็จสังฆราชสุก ไก่เถื่อน ดังนั้นเรื่องฝีมือด้านอิทธิจิตตานุภาพจึงเฉียบขาดไม่เป็นสองรองใคร ขนาดหลวงพ่อปานวัดบางนมโค ซึ่งอาวุโสกว่ายังขอมาเรียนวิปัสสนาและจบวิปัสสนาจากหลวงพ่อพริ้งท่านนี้เช่นกัน
ทั้งนี้หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เกิด พ.ศ.2418
แต่ประวัติหลวงพ่อพริ้ง ลงพ.ศ.เกิดไว้ที่ 2412 จึงเข้าใจว่าปีพ.ศ.เกิดของหลวงพ่อพริ้งน่าจะผิดไป
ทั้งนี้เทียบ พ.ศ.เกิดแต่ละท่านให้เห็นดังนี้
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน 2353
หลวงปู่เฒ่ายิ้ม. 2387
หลวงปู่ศุข วัดปากคลอง. 2390
พระสังวรานุวงศ์ชุ่ม ปรมาจารย์แห่งวัดพลับ 2396
กรมหลวงชุมพร. 2423
คะเนได้ว่าอายุจริงๆของหลวงพ่อพริ้งก็คงไล่เรี่ยกับกรมหลวงชุมพรนั่นเอง
