- 07 ส.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
ท่านมหาวัฒน์ซึ่งท่านเป็นศิษย์สายสำเร็จลุน แห่งเมืองจำปาศักดิ์ ท่านมหาวัฒน์ตั้งแต่เด็กเป็นคนที่ชอบเรื่องวิทยาอาคม เวทมนต์คาถา ด้วยความที่ตระกูลเป็นตระกูลที่เรียนมนต์คาถา พ่อของท่านก็เป็นหมอมนต์ ยิ่งปู่ของท่าน ยิ่งเป็นจอมขมังเวทย์ จนได้นามฉายาว่าเป็นเสือเลยทีเดียว เสือมั่น ซึ่งเป็นปู่ของท่านมหาวัฒน์ ได้ถ่ายถอดวิชาอาคมที่ตนได้เรียนมาเมื่อครั้งบวชให้แก่หลานชาย จนหมด และได้มอบตำรับตำรามากมายให้หลาน เมื่อบิดามารดาของท่านรู้ว่าลูกคนเล็กนี้เป็นคนชอบธรรมะธรรมโม จึงได้นำตัวไปฝากไว้กับพ่อท่านบุญชู (ญาทานบุญชู)วึ่งเป็นพระที่มีชื่อเสียงในถิ่นอีสานทางสกลนคร แล้วเด็กชายวัฒน์ ก็ได้เป็นเด็กวัดที่มีความสามรถ ฉะนั้นท่านพ่อญาทานบุญชู จึงได้สั่งสอนเวทย์มนต์คาถา ที่ท่านได้รำเรียนมาให้แก่เด็กชายวัฒน์ ซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กวัด และต่อมาเมื่ออายุครบบรรพชาท่านจึงได้ทำการบรรพชาให้เป็นสามเณร (สามเณรวัฒน์มีชื่อเสียงตั้งแต่ตอนเป็นสามเณร ไล่ผีได้ตั้งแต่เป็นเณรน้อย) แล้วท่านมหาวัฒน์ก็ได้ออกไปหาศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในจังหวัดต่างๆ จนได้เป็นมหาระดับสูง และท่านได้ไปเล่าเรียนพุทธาคม และวิทยาคมจากสำเกจิอาจารย์ต่างๆในถิ่นดินแดนอิสาน เช่น หลวงพ่อลี แห่งเมืองน้ำดำ หลวงพ่อญาณ หลวงพ่อบุญศรี หลวงพ่อศรีทา และท่านได้รับตำรับตำราของครูบาอาจารย์ต่างๆ เช่น หลวงพ่อวัดโพธิ์ ร้อยต้น หลวงพ่อภาณี หลวงพ่อสอน หลวงพ่อจันหอม หลวงพ่อจันทร์ปากเข็ด และครูบาอาจารย์ต่างๆ
แต่ ณ วันนี้ ท่านพระมหาท่านเลิกทำพิธีไล่ผี และพิธีถอนคุณไสยมนต์ดำมานานแล้ว ท่านเป็นพระนักปฏิบัติ ท่านจะบอกอยู่เสมอๆว่า "อาตมาเลิกทำมานานแล้ว ไม่อยากทำแล้ว เรื่องพวกนี้ ถ้ามั่วแต่เล่นอยู่กับเรื่องพวกนี้ มันยกสภาวะจิตให้สูงขึ้นได้ยาก อีกอย่างทั้งครูบาอาจารย์รูปอื่นๆที่ท่านเก่งเรื่องพวกนี้ก็มีอยู่มาก ส่วนอาตมาขอเดินทางเมตตาหละกัน " วันนี้ทางเราจึงขอนำเสนอ บทธรรมคำสอนของพระมหาวัฒน์ ดังนี้...
รวมบทธรรมคำสอนพระมหาวัฒน์
พระมหาวิทวัฒน์ วิวฑฺฒนเมธี ป.ธ.๙ (พระมหาวัฒน์) พระเกจิอาจารย์มหาเปรียญนักปฏิบัติผู้ทรงภูมิธรรม วัดสว่างหัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
........
สิ่งที่เฝ้าระวังรักษายากที่สุด คือ จิตของตัวเราเองนี่แหละ เพราะจิตมีความแปรปรวนเป็นธรรมชาติ มักวิ่งไปไม่คงที่ ประดุจดังลิงในป่าฯ
............
อย่าศรัทธาแต่ในวัตถุมงคลอย่างเดียว
เพราะนั้นเป็นความศรัทธาแต่เพียงภายนอกเท่านั้น
ศรัทธาที่ดี ต้องศรัทธาในคำสอนด้วย การนำคำสอนไปปฎิบัตินั้นแหละ คือสิ่งประเสริฐที่สุด เป็นสิ่งที่พระอาจารย์ปรารถนาอยากให้ญาติโยมที่มาหาได้รับกลับไป ฯ
………….
น้ำมันขึ้นชื่อเรื่องเร็วต่อไฟ ฉันใด
จิตใจคน ก็เร็วไวต่อกิเลสสิ่งยั่วยวน ฉันนั้นฯ
เพราะฉะนั้น การรู้จักยับยั้งชั่งใจ ด้วยการใคร่ครวญไตร่ตรองให้ดี ว่า "สิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนควรละเว้น" จึงเป็นคุณธรรมสำคัญที่ทุกคนต้องมีให้มากๆ อย่าวิ่งตามใจกิเลสจนทำให้เกิดทุกข์ทั้งแก่ตัวเองและคนรอบข้าง ฯ
……….
การทำวัตรสวดมนต์
ถือเป็นกิจที่พุทธบริษัททั้งหลายพึงกระทำให้ติดเป็นนิสัย หาใช่จะเป็นเพียงแค่กิจวัตรของพระสงฆ์เท่านั้น ก่อนที่เราจะเที่ยวไปกราบขอพรหลวงปู่ หลวงพ่อ วัดนั้น วัดนี้ ตัวเราเองต้องมีบุญบารมีไปรองรับในพรที่ขอด้วย จะคิดพึงแต่บุญบารมีของผู้อื่น คงอีกนานจึงจะประสบผลสำเร็จ
และการไหว้พระสวดมนต์ นี้แหละท่านทั้งหลาย คือการสั่งสมบุญบารมีให้แก่ตัวเรา เพราะเมื่อคราครั้งใดที่เรากล่าวสวดสาธยายพระพุทธมนต์ พระปริตร เจริญพระรัตนตรัยคุณ แม้แต่เทพเทวดาอารักษ์ท่านก็ลงมาร่วมอนุโมทนายินดีกับตัวเราด้วย ยิ่งคนผู้นั้น รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนาด้วยแล้ว ยิ่งประเสริฐนัก
ฉะนั้น การไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ และทำบุญตักบาตร รักษาศีล จึงถือเป็นการหนุนดวง เสริมบารมีให้แก่ตัวเราเอง อย่างถูกวิธีที่สุด ถูกต้องตามครรลองครองแห่งพระพุทธศาสนา ที่ครูบาอาจารย์โบราณปราชญ์บัณฑิตท่านถือปฎิบัติมา
……….
สิ่งที่ระวังรักษายากที่สุด คือ "ความคิด (จิต)"
ผู้ที่สามารถควบคุมรักษาความคิดของตนเองได้ด้วยกำลังแห่งอาวุธ คือ "สติ"
เขาผู้นั้น ย่อมอยู่เป็นสุข และได้ชื่อว่า "เป็นผู้ชนะใจตน" อันเป็นชัยชนะที่ทำได้ยาก ฯ
สมด้วยพุทธภาษิตของพระพุทธองค์ที่ทรงตรัสไว้ว่า "จิตตํ ทนฺตํ สุขาวหํ จิตที่อบรมฝึกฝนดีแล้ว นำสุขมาให้" ฯ
………..
ญาติโยมทั้งหลาย ในบรรดากรรมฐานทั้งหลาย อานาปานสตินี้แหละเป็นกรรมฐานที่อาตมาใช้เจริญอยู่เป็นประจำ เพราะอานาปานสตินั้น แม้พระพุทธเจ้าก็เจริญอยู่เป็นนิตย์ เป็นตถาคตวิหาร (ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพระตถาคต) เป็นกรรมฐานที่มีอานิสงส์มาก พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกเอาไว้ในพระสุตตันตปิฎก เล่มที่๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก"
ญาติโยมทั้งหลาย การเจริญอานาปานสติกรรมฐานนั้น เจริญได้ง่าย จิตเป็นเอกัคตาสมาธิได้เร็ว เมื่อเจริญแล้ว หรือในขณะเจริญ จิตก็บังเกิดปีติ แช่มชื่นเบิกปานใจ
ที่มา : ตำนานเล่าขานพระผู้ทรงฌานอภิญญา ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคม
