“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์   http://panyayan.tnews.co.th

“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙

“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทวมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ประสูติ เมื่อวันพฤหัสบดีตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๙ ปีระกา พุทธศักราช ๒๓๕๖ ณ เมืองนนทบุรี แล้วบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดใหม่ในคลองบางขุนเทียน (วัดนครอินทร์) 
“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙

“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙
แล้วย้ายเข้ามาอยู่ที่วัดสังเวชวิศยารามในปีพ.ศ. ๒๓๖๙ ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรม การแปลปริยัติธรรมสมัยนั้น เป็นการแปลแบบปากเปล่า ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าแผ่นดิน สมเด็จพระสังฆราช และพระเถระผู้ทรงภูมิอีกมากมาย ผลปรากฏว่า สามเณรสาสอบได้เพียง ๒ ประโยค เป็นอันว่าไม่เป็นมหาเปรียญ เพราะหลักสูตรเปรียญตรี เริ่มต้นที่ ๓ ประโยค เป็นสามเณร “เปรียญวังหน้า” ในรัชกาลที่ ๓ แล้วถวายตัวเป็นศิษย์หลวงในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะทรงพระยศ สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎ  ขณะทรงผนวชประทับยังวัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) เมื่ออายุได้ ๑๔ ปีจนมีโอกาสได้เข้าสอบไล่ปริยัติธรรมสนามหลวง มาพ.ศ.๒๓๗๔ ในคราวนี้สามเณรสา เข้าสอบเปรียญได้ ๙ ประโยคเมื่อมีอายุได้ ๑๘ ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส)ภายหลัง ติดตามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เป็นพระราชาคณะที่ พระอมรโมลี (สา) อุปสมบทได้ ๖ พรรษา แต่ภายหลังลาสิกขา 
“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙

“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙
พ.ศ.๒๓๙๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี ได้พร้อมกันอัญเชิญท่านเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ลาผนวช เพื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อทรงขึ้นครองราชย์แล้ว ทรงขอร้องให้อดีตเจ้าคุณสากลับเข้ามาอุปสมบทใหม่ เพื่อช่วยกันทำนุบำรุงพุทธศาสนาคณะธรรมยุต บวชเป็นพระแล้ว โปรดให้ทดสอบภูมิ ด้วยการแปลปริยัติธรรมใหม่
ผลปรากฏว่า สอบได้ ๙ ประโยค เหมือนครั้งเป็นสามเณร สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงพอพระทัยมาก ทรงตั้งฉายาว่า “พระมหาสา เปรียญ ๑๘ ประโยค”
พ.ศ. ๒๔๐๗ สมเด็จพระจอมเกล้าฯโปรดให้สร้างวัดราชประดิษฐ์ ขึ้นในที่รกร้างสวนกาแฟเดิม ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตอนแรกๆ ชาวบ้านเรียกชื่อวัดไม่ค่อยถูก เป็นวัดราชบัณฑิตบ้าง วัดทรงประดิษฐ์ ทรงขัดเคืองพระทัย สั่งให้ออกประกาศว่า ตั้งแต่นี้สืบไป ห้ามอย่าให้ใครเรียกร้องแล กราบบังคมทูลพระกรุณา และเขียนลงไป หนังสือ บัตรหมายในราชการต่างๆ ให้ผิดๆไปจากชื่อที่พระราชทานไว้นั้นเป็นอันขาด ให้ใช้ว่า วัดราชประดิษฐ์ หรือว่าให้สิ้นชื่อว่า วัดราชประดิษฐ์สถิตย์มหาสีมาราม ให้ยั่งยืนคงอยู่ดังนี้
“ถ้าผู้ใดได้อ่านแลฟังคำประกาศนี้แล้ว ขัดขืนใช้ให้ผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงไป จะให้ ปรับ ไหมแก่ผู้นั้น เป็นเงินตรา ๒ ตำลึง มาซื้อทราย โปรยในพระอารามวัดราชประดิษฐ์นั้นแล....”
เมื่อสร้างวัดราชประดิษฐ์เรียบร้อย โปรดให้ อาราธนาพระสาสนโสภณ (สา) จากวัดบวรนิเวศมาครองวัดราชประดิษฐ์ ต่อมาก็ได้เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่พระธรรมวโรดม ที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
พ.ศ.๒๔๓๔ สมัยรัชกาลที่ ๕ ก็ได้รับพระ กรุณาโปรดเกล้าให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชโดยลำดับ นับว่าเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์.
ที่มา FB: เพจสมเด็จพระสังฆราช พระรูปและข้อมูล : เพจ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม 
       และข้อมูลเพิ่มเติมจาก หนังสือ ๑๙ สมเด็จพระสังฆราช กรุงรัตนโกสินทร์ 
       โดย โกวิท ตั้งตรงจิตร นักเขียนสารคดีดีเด่นแห่งชาติ
       หนังสือ พระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว) สมเด็จพระสังฆราช

“พระมหาสา เปรียญ๑๘ ประโยค” ฉายาที่พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเรียก ”เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” พระสังฆราชองค์ที่ ๙