- 23 ส.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า เอก สุริยา แก้วก่า ได้แชร์เรื่องราวสุดเศร้าของคุณ เบิ้ม" หรือ มานพ นนท์ไพรวัลย์ เจ้าหน้าที่จิตอาสา ที่คอยขับเรือหางยาวรับส่งเหล่าจิตอาสาตระเวนไปแจกจ่ายอาหารน้ำดื่มและสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่สกลนคร จนตัวเองต้องมาเสียชีวิตเนื่องจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด
โดยทางเจ้าของเฟซบุ๊กได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า.
อีกเรื่องเศร้าหลังน้ำท่วมใหญ่เมืองสกลฯ
ภาพของ "เบิ้ม" หรือ มานพ นนท์ไพรวัลย์ ขณะทำหน้าที่จิตอาสาขับเรือหางยาวคอยรับส่งเหล่าจิตอาสาตระเวนไปแจกจ่ายอาหารน้ำดื่มและสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่สกลนคร ถือเป็นภาพสุดท้ายในขณะที่"เบิ้ม"ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่เบิ้มจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด
เบิ้ม เป็นชาวบ้านธาตุดูมเหล่าทัพ ม.15 ต.งิ้วด่อน อ.เมืองสกลนคร หนึ่งในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมหนักจนถูกตัดขาดจากภายนอก เมื่อการสัญจรไปมาทำได้เพียงทางเรือเท่านั้น ด้วยว่าระดับน้ำท่วมที่หมู่บ้านแห่งนี้มีความสูงเกือบ 2 เมตร เป็นสาเหตุให้ชาวบ้านที่ติดอยู่ในหมู่บ้านได้รับความลำบากเป็นอย่างมากในการดำรงชีพ
เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในวันเริ่มต้นมหาวิปโยค 28 ก.ค. 2560 บ้านของ"เบิ้ม"ริมหนองหาร ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ภายในหมู่บ้านธาตุดูมเหล่าทัพ ถูกน้ำท่วมสูงจนต้องอพยพหนีน้ำพาพ่อและแม่ไปอยู่บ้านพี่ชายภายในมือง หลังจากส่งพ่อแม่ไปอยู่ที่ปลอดภัย"เบิ้ม"ก็ทำตัวเป็นจิตอาสา คอยขับเรือหางยาวรับส่งบรรดาจิตอาสาเข้าไปส่งอาหารน้ำดื่มช่วยเหลือพี่น้องร่วมหมู่บ้านและที่อื่นๆ ตลอดเวลากว่า 10 วันที่น้ำท่วมหมู่บ้านแห่งนี้
วันที่ 10 ส.ค. 2560 หลังเสร็จภารกิจส่งของบริจาค เบิ้มมีอาการอ่อนเพลียซึ่งน่าจะมาจากการทุ่มเทกรำงานจิตอาสาโดยไม่หยุดพัก จากนั้นก็มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ราวตี 2 วันที่ 11 ส.ค. ญาติๆจึงได้ช่วยกันหามส่งโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร ซึ่งแพทย์พยาบาลได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิต"เบิ้ม"ไว้ได้ เช้าวันที่ 12 ส.ค. เบิ้มก็สิ้นลมจากโลกไปด้วยวัยเพียง 41 ปี
โดยที่แพทย์วินิจฉัยว่า เสียชีวิตเนื่องจากภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยพบว่าขาด้านขวาของเบิ้มมีการดามเหล็กไว้จากการที่เคยเกิดอุบัติเหตุ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณนี้จากการที่"เบิ้ม"แช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน กระทั่งลุกลามแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ประกอบกับที่ร่างกายอ่อนเพลียจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จาการทุ่มเทช่วยคน จนทำให้"เบิ้ม"ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร
ร่างของ"เบิ้ม"ถูกฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติมิตรและจิตอาสากลุ่มเล็กๆที่เคยนั่งเรือของ"เบิ้ม"ไปแจกจ่ายสิ่งของ รวมไปถึงยายสมคิด วัย 71 ปีผู้เป็นแม่ ที่ร่ำไห้ด้วยความอาลัย เนื่องจากเบิ้มเป็นลูกชายที่เป็นหลักในการดูแลหาเลี้ยงพ่อแม่ ด้วยไม่เคยแต่งงานมีครอบครัว เมื่อเบิ้มจากไปจึงทำความโศกเศร้าใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งนอกจากจะสูญเสียลูกชายไปยายสมคิดยังแทบสิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยพิบัติครั้งนี้ เมื่อข้าวในนาจำนวน 14 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายไปหมดสิ้น แถมแบกหนี้สินค่าปุ๋ยที่ไปเอามาจากร้านค้าอีกกว่า 1 หมื่นบาท คุณยายบอกว่าในความเศร้าเสียใจก็ยังมีความภาคภูมิใจในความเสียสะของผู้เป็นลูกชาย และ่ยายยังยืนยันจะต่อสู่ชีวิตต่อไปแม้จะยากลำบากเพียงใด เพื่อตอบแทนความเสียสละของลูกชายที่มีให้ต่อเพื่อนมนุษย์
วันนี้ผมทำหน้าที่สารถีนำเงินช่วยเหลือจาก"กลุ่มบัญชีจุฬาฯ"ผู้ใจบุญ ที่ทราบข่าวเรื่องราวอันน่าเศร้าใจนี้ ที่ได้บริจาคเงินช่วยเหลือเยียวยามาส่วนหนึ่ง นำส่งมอบถึงมือคุณยายสมคิดเรียบร้อย อย่างน้อยก็เพื่อให้ยายได้รับรู้ ว่าสังคมนี้ยังมีคนที่เห็นถึงความมีน้ำใจและความเสียสละของลูกชายยาย นายมานพ นนท์ไพรวัลย์ หรือ เบิ้ม ผู้มีหัวใจที่ใหญ่ยิ่ง.....
#ท่านที่ประสงค์จะช่วยเหลือปลอบประโลมครอบครัวนี้ สามารถส่งความช่วยเหลือตรงถึงคุณยายสมคิด ได้ที่หมายเลขบัญชีของคุณยายตามภาพได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
หลังจากเรื่องนี้ถูกแชร์ออกไปในโลกโซเชียลก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก
ขอบคุณข้อมูลจาก เอก สุริยา แก้วก่า
