- 23 ส.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
ครูบาอาจารย์ผู้ให้แสงสว่างในทางธรรม ที่หลวงพ่อชาเคารพเทิดทูนไว้ในที่สูง สรรเสริญในพระคุณและปรารภถึงเสมอ มีอยู่สามท่าน คือ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่กินรี จนฺทิโย และพระอาจารย์ทองรัตน์ กนฺตสีโล
แม้หลวงพ่อชาจะศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่นไม่นาน จนมีคนที่ไม่รู้กล่าวหาท่านว่าท่านไม่จัดว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น เพราะอยู่กับหลวงปู่มั่นแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งหลวงพ่อชาท่านได้เปรียบเทียบไว้ว่า"คนตาดีพบดวงไฟก็มองเห็นแสงสว่าง ส่วนคนตาบอดถึงจะนั่งเฝ้าดวงไฟ ก็ไม่เห็นอะไร"
เมื่อครั้งที่หลวงพ่อชาได้อยู่กับหลวงปู่มั่น ท่านได้พบเห็น ความงาม ๓ อย่าง ที่นั่น คือ พระพุทธก็งาม พระธรรมก็งาม พระสงฆ์ก็งาม
พระพุทธงามหมายถึง แม้จะมีแค่พระพุทธรูปองค์เล็กๆ แต่พระภิกษุภายในวัดต่างกราบไหว้ด้วยความเคารพ ด้วยกิริยาที่งดงามมากเต็มไปด้วยความตั้งใจ การสวดมนต์ก็เสียงดังฟังชัดแฝงด้วยความมั่นคงศรัทธา จนให้พระพุทธรูปองค์เล็กๆกลับดูยิ่งใหญ่อย่างมาก บริเวณที่ตั้งพระประธานภายในวัด แม้จะดูเป็นแค่ศาลาธรรมดาๆ แต่เมื่ออยู่ในวัดที่สะอาด เป็นระเบียบ มีบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติอันงดงาม ร่มรื่นด้วยแมกไม้ และเงียบสงัดนั้น ทำให้พุทธสถานแห่งนั้นดูสวยงามอย่างมาก
พระธรรมงาม หมายถึง หลวงปู่มั่นท่านสามารถแสดงธรรมได้ไพเราะจับใจ ใช้คำง่ายๆแต่กลับลึกซึ้ง บรรยากาศภายในวัดก็มีแต่พระภิกษุสามเณรที่พูดคุยกันแต่ในเรื่องที่เป็นธรรมเป็นวินัย ไม่คุยในเรื่องที่เป็นเหตุให้ความโลภ ความโกรธ ความหลงเพิ่มมากขึ้น
พระสงฆ์งามหมายถึง พระภิกษุสามเณรวางตัวเหมาะสมแก่สมณสารูป เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นระเบียบเรียบร้อย เอื้อเฟื้อต่อข้อวัตรธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามของสงฆ์
การพบเห็นความงามสามอย่างนี้ ท่านได้นำมาใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง ตลอดจนสาขา
ที่มา : สาขาวัดหนองป่าพง
