- 25 ส.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆอีกมากมาย ได้ที่ http://www.tnews.co.th
ตะกรุดดอกไม้ทอง หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน อยุธยา
มาถึง ณ เวลานี้เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของพระครูสุวรรณศีลาธิคุณหรือหลวงพ่อพูน ฐิตสีโล เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าตำรับตะกรุดดอกไม้ทองอันลือลั่น ด้วยว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณติดอันดับ๑ ใน ๑๐ ของประเทศไทยที่เมื่อคราวมีงานพุทธาภิเษกคราใดมักมีชื่อท่านร่วมพิธีอยู่เสมอ
สำหรับประวัติของหลวงพ่อพูนนั้น นามเดิมชื่อทองพูน สัญญะโสภี เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน๒๔๗๕ เป็นบุตรของนายแบนและนางสมบุญ สัญญะโสภี เด็กชายทองพูนในขณะนั้นได้รับการศึกษาจนจบชั้น ป.๔ จากโรงเรียนศรีรัตนานุกูล (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวัดบ้านแพนศรีรัตนานุกูล) และได้ออกมาช่วยเหลือทางบ้านทำมาหากินจวบจนกระทั่งอายุ ๑๔ ปี จึงได้ติดตามหลวงปู่คำปันพระเถราจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ไปยังภาคเหนือเพื่อปรนนิบัติรับใช้และกลับมายังบ้านเกิด
เมื่ออายุ ๑๕ ปี ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เด็กชายทองพูนได้ตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านแพนและอยู่ในร่มกาสาวพักตร์เพื่อศึกษาหาความรู้จนกระทั่งในปี พศ ๒๔๙๕ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์และอยู่ในบวรพระพุทธศาสนาจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
ด้านพุทธาคมหลวงพ่อพูนท่านเป็นผู้ใฝ่รู้ในเรื่องวิชาอาคมเป็นอันมาก โดยนอกจากวิชาโหราศาสตร์การดูดวงที่ได้รับจากหลวงปู่คำปันแล้ว ท่านเองยังได้เรียนกรรมฐานกับอาจารย์พริ้ง ลักษณะนิล ฆราวาสจอมอาคมรุ่นเดียวกับก๋งจาบแห่งวัดประดู่ทรงธรรมโดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการทำน้ำมนต์ที่ขึ้นชื่อลือชามา
หลวงพ่อพูน
นอกจากนี้หลวงพ่อพูนยังได้รับการถ่ายทอดวิชามหายันต์ตรีนิสิงเหจากอาจารย์ลพ เกตุบุตร ซึ่งเป็นพี่ชายของหลวงพ่อวาสน์ วัดบ้านแพน อุปัชฌาย์ของหลวงพ่อพูนและเป็นศิษย์เอกของก๋งจาบ ซึ่งอาจารย์ลพเองได้เคยกล่าวชมหลวงพ่อพูนไว้ว่า “ต่อไปจะได้ดีกว่าผู้เป็นอาจารย์”
ส่วนวิชาเอกการทำตะกรุดดอกไม้ทองนั้นหลวงพ่อพูนท่านได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อสนั่น วัดเสาธงทองจังหวัดอ่างทอง โดยหลวงพ่อสนั่นเองท่านสืบทอดวิชานี้มาจากหลวงพ่อเขียว วัดเสาธงทองอีกต่อหนึ่งโดยอุปเท่ห์ของตะกรุดดอกไม้ทองนั้นจะโดดเด่นเรื่องเมตตามหานิยมเป็นที่สุดแต่ในขณะเดียวกันเรื่องมหาอุด คงกระพัน โชคลาภก็มีอยู่ด้วยอย่างครบครัน
ตะกรุดดอกไม้ทองที่หลวงพ่อพูนท่านสร้างยุคแรกนั้นจะมีขนาดยาวประมาณ ๓ นิ้วประกอบด้วยแผ่นโลหะจำนวน ๓แผ่นคือแผ่นเงิน แผ่นทองเหลือง และแผ่นทองแดงโดยในแต่ละแผ่นจะจารอักขระเรียกสูตรตามที่ร่ำเรียนมาจากนั้นนำตะกรุดทั้ง ๓ ดอกมาร้อยอยู่ในเชือกเส้นเดียวกันและเสกกำกับอีกครั้งจึงเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
โดยตะกรุดทุกดอกนั้นอักขระทั้งหมดจะเป็นการจารมือทั้งสิ้นไม่มีการปั๊มอักขระยันต์และปลุกเสกแต่อย่างใดซึ่งเคยมีลูกศิษย์ถามหลวงพ่อว่าทำไมถึงไม่ทำเป็นตะกรุดปั๊มเพราะจะทำให้ปริมาณมากกว่าหลวงพ่อท่านตอบว่า
“ถ้าทำไม่ไหวก็เลิกทำ เพราะตะกรุดนั้นถ้าจะให้ขลังต้องจาร ถ้าปั๊มแล้วมาเสกก็ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำของให้เขาใช้ ให้เขาบูชาต้องทำให้ดี ถ้าทำแล้วไม่ดีก็อย่าทำ”
วิธีการใช้ตะกรุดดอกไม้ทองหลวงพ่อท่านกล่าวว่า “ตื่นมาล้างหน้าล้างตาแล้วให้ท่องนะโม ๓จบแล้วว่า “เมตตา คุณนัง อะระหัง เมตตา” ๙จบแล้วอธิษฐานเอาจากนั้นพกตะกรุดติดตัวไปจะเป็นเมตตาโชคลาภสมความปรารถนาที่ตั้งใจส่วนข้อห้ามของตะกรุดดอกไม้ทองนั้นคือห้ามด่าและห้ามคลี่ตะกรุดเด็ดขาด
นอกจากตะกรุดดอกไม้ทองแล้ววัตถุมงคลต่างๆ ของท่านล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ทั้งสิ้นอาทิ พระสมเด็จ พระปิดตา พระสังกัจายน์พูนพร ซึ่งผู้ที่มีวัตถุมงคลของท่านบูชาหรือติดตัวล้วนแล้วแต่พูดเป็นเสียงเดียวกันครับว่า “เงินทองเพิ่มพูน” สมชื่อท่านจริงๆ
ตะกรุดดอกไม้ทอง ยุคแรก
ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้
เวปพระเครื่อง Buypra
แอพเกจิ – AppGeji
เพื่อเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์
