เป็นของเฉพาะตัว!! อภินิหารธนบัตรขวัญถุง "หลวงพ่อโอภาสี" ใช้วิชาเรียกธนบัตรที่สหรัฐฯ..กลับไทย แล้วส่งใบใหม่ไปแทน น่าเหลือเชื่อที่สุด!!

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

เป็นของเฉพาะตัว!! อภินิหารธนบัตรขวัญถุง "หลวงพ่อโอภาสี" ใช้วิชาเรียกธนบัตรที่สหรัฐฯ..กลับไทย แล้วส่งใบใหม่ไปแทน น่าเหลือเชื่อที่สุด!!

                เรื่องราวอภิหารของหลวงพ่อโอภาสี พระเกจิชื่อดัง นั้นถือเป็นเรื่องราวที่ปาฏิหาริย์ที่เหลือเชื่อมาก นายสมานได้เล่าถึงอภินิหารของหลวงพ่อโอภาสีให้ผู้เขียนฟังว่าได้มานมัสการหลวงพ่อให้ลงธนบัตรขวัญถุงชนิดใบละ ๑๐๐ บาท หลังจากหลวงพ่อลงให้เรียบร้อย จึงเอากลับมาที่ร้านขายอาหาร กะว่าจะเอาไปใส่กรอบ ก็พอดีญาติกัน เดินทางจากสหรัฐฯ กลับมาเยี่ยมบ้าน ได้คุยกัน ญาตินายสมานบอกว่าจะกลับไปเปิดร้านอาหารที่ลอสแองเจลิส อยากได้ธนบัตรขวัญถุงไปไว้ที่ร้านสักใบ

เป็นของเฉพาะตัว!! อภินิหารธนบัตรขวัญถุง "หลวงพ่อโอภาสี" ใช้วิชาเรียกธนบัตรที่สหรัฐฯ..กลับไทย แล้วส่งใบใหม่ไปแทน น่าเหลือเชื่อที่สุด!!

              จากนั้นนายสมานจึงเอาธนบัตรขวัญถุงที่หลวงพ่อโอภาสีลงให้มอบให้ญาติเอาไปใส่กรอบติดร้านขายอาหาร โดยคิดว่าเดี๋ยวตนไปหาหลวงพ่อให้ทำให้ใหม่ได้ หลังจากนั้นนายสมานก็นำธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทใบใหม่ไปให้หลวงพ่อโอภาสีลงให้ แต่ใบที่ท่านส่งกลับมาให้ปรากฏว่าเป็นธนบัตรขวัญถุงใบที่ตนได้ให้ญาติเอาไปสหรัฐอเมริกา เป็นใบเดียวกันแน่นอนเพราะตนเองจำหมวดหมายเลขได้แม่นยำ แล้วหลวงพ่อโอภาสีก็พูดขึ้นว่า

"น่าจะเก็บไว้ให้ดี เป็นของเฉพาะตัว กลับให้ท่านบินไปสหรัฐฯ ท่านเลยกลับมาอยู่เมืองไทย ใบใหม่ที่เอามา จะลงให้แล้วส่งไปอเมริกาเอง ไม่ต้องเป็นห่วง"

หลายเดือนต่อมา มีจดหมายจากญาติที่สหรัฐฯ มาถึงนายสมานใจความในจดหมายเล่าว่า

"อยู่ดี ๆ ธนบัตรขวัญถุงที่ให้มาและเราใส่กรอบผนึกแขวนไว้ที่ฝาผนังใกล้กับโต๊ะแคชเชียร์ ก็หายไปเหลือแต่กรอบเปล่า ๆ โดยไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร แต่แล้ววันหนึ่งเราก็แทบไม่เชื่อสายตา ในกรอบกลับมีธนบัตรขวัญถุงอยู่ภายใน เป็นใบละ ๑๐๐ บาท แต่หมวดตัวเลขผิดกับของเก่า หากเรามีเวลากลับมาเมืองไทย ช่วยพาเราไปหาอาจารย์ของนายด้วย"

เป็นของเฉพาะตัว!! อภินิหารธนบัตรขวัญถุง "หลวงพ่อโอภาสี" ใช้วิชาเรียกธนบัตรที่สหรัฐฯ..กลับไทย แล้วส่งใบใหม่ไปแทน น่าเหลือเชื่อที่สุด!!

                หลวงพ่อโอภาสี หรือ พระมหาชวน ท่านเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ต่อมาเมื่ออายุ ๕ ปี ท่านได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของพระครูนนท์ จรรยาวัตต์ เจ้าอาวาสวัดนันทาราม อ. ปากพนัง และในขณะที่ท่านบรรพชา ท่านก็ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมประกอบไปด้วยกัน ท่านเป็นลูกศิษย์เอกรูปหนึ่งของหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา ศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ไม่นาน ท่านก็ลาพ่อแม่เดินทางมาศึกษาต่อยังกรุงเทพฯ ถวายตัวเป็นศิษย์ในองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรฌานวงศ์ซึ่งได้รับไว้ในพระอุปการะ

                ต่อมาท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุและมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชขฌาย์เช่นกัน ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรมช่วงหนึ่งจนกระทั่งสอบได้เปรียญ ๓ ประโยคจนถึงเปรียญ ๗ ประโยค ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ท่านได้ออกจากสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร ท่านได้ออกธุดงค์ต่อไปยังจังหวัดต่างๆ และได้ไปปักกลดอยู่ที่ของนายเนียม คหบดี ผู้เป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา

                หลวงพ่อโอภาสีได้ถึงแก่มรณภาพลงในวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ในขณะที่พุทธสมาคมแห่งประเทศอินเดียได้ทำจดหมายนิมนต์หลวงพ่อโอภาสีไปนมัสการสังเวชนียสถาน และให้ญาติโยมได้นมัสการอย่างใกล้ชิด จึงทำให้กำหนดการทุกอย่างของงานต้องยกเลิกลงไป ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปนานกว่า ๖๐ ปีแล้วก็ตาม แต่ประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่เคยลืมเลือน และยังแสดงความกตัญญูจัดงานสรงน้ำรูปหล่อท่านเป็นประจำ และประชาชนก็เชื่อว่า หลวงพ่อท่านไม่เคยไปไหนเลย ท่านจะอยู่คุ้มครองพวกเราตลอดไป สังขารของหลวงพ่อท่านก็ยังคงอยู่ในสวนอาศรมบางมด มีพุทธศาสนิกชนผู้เคารพศรัทธาไปกราบไหว้บูชามิได้ขาด ประหนึ่งท่านยังมีชีวิตอยู่

 

 

ที่มาจาก : http://www.appgeji.com

              https://th.wikipedia.org/wiki/หลวงพ่อโอภาสี