- 14 ก.ย. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 ที่เฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์ระบุข้อความทั้งหมดว่า
โดยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 เป็นเรื่องของการเดินทาง สามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในวงเงินที่กำหนด แบ่งเป็น
-วงเงินค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก./รถไฟฟ้า รายละ 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสาร ด้วยระบบ e-Ticket)
-วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. รายละ 500 บาทต่อเดือน (ใช้ในการซื้อบัตรโดยสารรถ บขส. ได้ภายในวงเงิน 500 บาทต่อเดือน)
-วงเงินค่าโดยสารรถไฟ รายละ 500 บาทต่อเดือน (ใช้ในการซื้อบัตรโดยสารรถไฟได้ภายในวงเงิน 500 บาทต่อเดือน)
ส่วนที่ 2 เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ได้แก่ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งเป็นวงเงินสำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าที่ลงทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ โดยแบ่งเป็น
-ผู้ที่ลงทะเบียนรายได้น้อย มีรายได้สูงกว่า 30,000 ต่อปีจะได้รับรายละ 200 บาทต่อเดือน
-ผู้ที่ลงทะเบียนรายได้น้อย มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 ต่อปีจะได้รับรายละ 300 บาทต่อเดือน รวมทั้งวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนดรายละ 45 บาทต่อ 3 เดือน
สำหรับวงเงินทั้งหมด หากประชาชนใช้ไม่หมด จะถูกตัดยอดทันทีไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป และถึงรอบวันที่ 1 ของทุกเดือน วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินแต่ละสวัสดิการเสมอ ซึ่งวิธีดังกล่าวจะช่วยให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายงบประมาณและเป็นไปตามจริงของการใช้บัตร ขณะที่มาตรการค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการที่เคยดำเนินการมาไปพลางก่อน
กรมประชาสัมพันธ์
