กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

                สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ครั้งยังทรงเป็นเพียง "พระมหาชื่น สุจิตฺโต ประโยค ๗" อยู่ในวัดบวรนิเวศวิหารนั้น สมัยนั้นวัดบวรนิเวศวิหารมีเจ้าอาวาสชื่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งว่ากันว่ามีพระอุปนิสัย "เฮี้ยบ" สุดๆ  พระมหาชื่นทั้งถูกดุด่าว่ากล่าวประหนึ่งกระท้อนโดนทุบจึงทั้งเหนื่อย ทั้งท้อแท้  หนักเข้าก็ถึงกับคิดสึก คิดไม่คิดเปล่า พระมหาชื่นสั่งญาติให้หาเสื้อผ้ากางเกงอันเป็นเครื่องทรงของคฤหัสถ์ไว้พร้อม แล้วก็เข้าไปกราบเรียนสมเด็จฯ เจ้าอาวาสว่าจะหาฤกษ์สึกในอีกสองวันข้างหน้า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ก็มิได้ตรัสตอบว่าประการใด ปล่อยให้พระมหาชื่นเดินหน้าไปหาหมอดูเพื่อขอฤกษ์สึก

กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

              ก่อนจะได้ฤกษ์สึก วันหนึ่ง เวลาเย็น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อทรงนมัสการสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  ครั้นเสร็จพระราชธุระในตำหนักสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแล้ว ตามปกติก็จะเสด็จกลับ แต่ปรากฏว่าเย็นวันนั้น หลังจากเสด็จลงจากตำหนักก็เสด็จตรงไปยังกุฏิของพระมหาชื่นทันที  พระมหาชื่นกำลังชื่นชมอยู่กับเสื้อราชประแตนและกางเกงขาก๊วย เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จตรงมายังกุฏิของตนเองเช่นนั้นก็ใจสั่น ทำอะไรไม่ถูก ยิ่ง ร.๕ เสด็จประทับยืนอยู่ที่หน้ากุฏิ พระมหาชื่นยิ่งกระวนกระวาย ไม่กล้าทูลเชิญเสด็จเข้าในกุฏิ ได้แต่คว้าผ้าจีวรและสังฆาฏิมาครองให้เป็นปริมณฑลและนั่งพับเพียบอยู่ภายในกุฏิ

             ครั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงยืนตรัสกับพระมหาชื่นว่า

"ทราบข่าวว่าคุณจะสึกวันพรุ่งนี้หรือ ?"

พระมหาชื่นก็ถวายพระพรตอบว่า "เป็นความจริง ขอถวายพระพร"

 

กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

             สมเด็จพระปิยมหาราชตรัสต่อไปอีกว่า  

"อันเรื่องสึกเรื่องหานั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา พระจะสึก คนจะคลอด ใครจะไปห้ามกระไรได้ แต่ฉันอยากจะบอกให้รู้ว่า คนอย่างคุณนั้นบวชเป็นพระแล้วหายาก แต่ถ้าสึกออกมาเป็นฆราวาสก็จะหาง่าย" ตรัสเพียงเท่านี้ก็ทรงยกพระหัตถ์นมัสการลากลับ

           ปรากฏว่า ไม่ว่าฤกษ์จะงามยามจะดีอย่างไรในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งเสื้อราชประแตนอันแสนจะน่าเสน่หานั้น ถูกยกเลิกหมด  พระมหาชื่นรูปนั้นภายหลังได้รับการสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ภายหลังเมื่อมีคนไปทูลถามพระองค์ว่า

"เหตุใดจึงตัดพระทัยไม่ยอมสึก"

 

กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

สมเด็จพระสังฆราชชื่นก็ตรัสตอบว่า "เพราะข้าอยากเป็นคนหายากว่ะ" การเสด็จไปยังกุฏิพระมหาชื่นของในหลวง ร.๕ ครั้งนั้น นับเป็นพระอัจฉริยภาพที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

กราบสาธุ!! พระพุทธเจ้าหลวง ตรัสอะไรกับพระมหาชื่นที่กำลังจะสึก กลับเปลี่ยนใจไม่สึก จนได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์!!

           สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงดำรงตำแหน่งอยู่ ๑๔ พรรษา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๑ สิริพระชนมายุ ๘๖ พรรษา

           

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : พระมหานรินทร์ นรินฺโท วัดไทยลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๙

                         https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระสังฆราชเจ้า_กรมหลวงวชิรญาณวงศ์