- 23 ก.ย. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นที่ยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระผนวชที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๙ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์ แล้วเสด็จฯมาทรงปฏิบัติสมณวัตรในสำนักสมเด็จพระราชอุปัชณาย์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ จึงทรงลาผนวชอยู่ ๑๕ วัน
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงศึกษาเรื่องสมาธิด้วยการรวบรวม และประมวลคำสอนของครูบาอาจารย์ทุกคน แล้วทรงพระกรุณา พระราชทานประมวลคำสอนนั้นแก่ผู้ที่ทรงทราบว่ากำลังปฏิบัติสมาธิอยู่ ซึ่งพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ได้เคยอธิบายเรื่องพระสมาธิของในหลวง การกำหนดพระอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า) และพระปัสสาสะ (ลมหายใจออก) ที่ได้รับพระราชทานมา
โดยมีวิธีการนับแบบ "..หนึ่งเข้า..หนึ่งออก.." ดังนี้
หายใจเข้าครั้งที่หนึ่ง..นับหนึ่ง
หายใจเข้าครั้งที่สอง..นับสอง
หายใจเข้าครั้งที่สาม..นับสาม
หายใจเข้าครั้งที่สี่..นับสี่
หายใจเข้าครั้งที่ห้า..นับห้า
หายใจออกครั้งที่หนึ่ง..นับหนึ่ง
หายใจออกครั้งที่สอง..นับสอง
หายใจออกครั้งที่สาม..นับสาม
หายใจออกครั้งที่สี่..นับสี่
หายใจออกครั้งที่ห้า..นับห้า
เมื่อถึงห้าแล้ว หากจิตยังไม่สงบ ก็นับถอยหลังจากห้าลงมาหาหนึ่ง แล้วนับจากหนึ่งขึ้นไปหาห้าใหม่ กลับไปกลับมาเช่นนั้น จนกว่าจิตจะสงบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงมีกระแสรับสั่งว่า
" ที่เห็นพระองค์ประทับอยู่นิ่งๆ นั้น พระจิตทรงอยู่กับหนึ่งเข้าหนึ่งออกตลอดเวลา "
นับได้ว่าตลอดระยะเวลา ๗๐ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขและความเป็นอยู่ที่ดีของปวงประชาราษฎร์นอกจากนี้พระองค์ยังทำนุบำรุงและสืบสานพระบวรพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
