- 26 ก.ย. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆอีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th/
คนแบบนี้เกิด และโตมาในสังคมแบบไหน !?! เด็กสุดเกรียนโพสเฟสบุ๊ค ภาพเท้าวางแนบเศียรพระคเณศ พร้อมข้อความสุดรับไม่ได้ !!! บทความพิเศษ โดย ทิพยจักร
กรณีเด็กเกรียนโพสเฟสบุ๊ค ภาพเท้าวางแนบเศียรพระคเณศ
แป๊บเดียวเหมือนไฟลามทุ่งเกี่ยวกับเด็กเกรียนหยามเหยียดพระพิฆเนศด้วยการตัดต่อภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
จริงๆตัวผมไม่ให้ค่าอะไรกับคนกลุ่มนี้มานานแล้วครับ แต่ก็มีน้องๆขอให้เขียนแสดงความเห็นในฐานะคนให้ความรู้และคนทำสื่อ
พระพิฆเนศที่เป็นตราของกรมศิลปากรสืบเนื่องจากล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ นำตราพระคเณศมาใช้นะครับ การบูชาพระคเณศเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์และย้อนไปไกลได้นับพันปี
พระคเณศ เป็นบุคคลาธิษฐาน ถึงพรหมจรรย์
การศึกษาเรียนรู้ ความกตัญญูต่อบิดามารดาผู้มีพระคุณ ที่มีศีรษะเป็นช้างคือสัญลักษณ์แห่งน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์
คนที่บูชาพระคเณศหรือแม้แต่จอมปลวกอะไรก็แล้วแต่มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลซึ่งเราไม่ควรไม่ดูถูกหรือกระทำสิ่งใดให้ขัดเคืองดูหมิ่นเหยียดหยามซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนต่างมีเสรีภาพในการพูดการคิดการนับถือ ทั้งนี้คำว่าเสรีภาพนั้นต้องจำกัดไว้ว่าไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสังคมเดียวกัน ควรที่จะถ้อยทีถ้อยอาศัย ให้เกียรติให้ความเคารพซึ่งกันและกัน
เราไม่ได้ต้องการคนหัวก้าวหน้าแต่มีกิริยาหยาบคายนะครับ สังคมต้องการความถ้อยทีถ้อยอาศัยต้องการคนที่มีจิตใจอ่อนโยนหยิบยื่นมิตรภาพให้กันและกันเป็นสำคัญเพราะสิ่งนี้ทำให้สังคมอยู่ได้อย่างสงบสุข
พระคเณศเป็นบุคคลาธิษฐานที่มาจากความเป็นนามธรรมสรรค์สร้างขึ้นเป็นประติมากรรมให้คนเคารพกราบไหว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นตัวแทนของคำว่าครูอีกด้วย
หากเราศึกษาอย่างถ่องแท้ รูปประติมากรรมจากศาสนาใดๆล้วนเป็นสิ่งที่สอนธรรมให้เราทั้งสิ้น และเป็นสิ่งที่จรรโลงใจ ให้กำลังใจยามท้อแท้เหน็ดเหนื่อย เป็นตัวแทนของแสงสว่างยามสิ้นหวัง ยิ่งพระคเณศซึ่งเป็นเทพแห่งการขจัดอุปสรรคพระองค์จึงเป็นขวัญกำลังใจอันสำคัญสำหรับคนหลายคนยามต้องพบอุปสรรคต่างๆ
ขอให้แง่คิดว่าอย่าเอาอารมณ์เป็นใหญ่ อย่าทำเพื่อสะใจ อย่าทำเพื่อเรียกคนเพื่อเป็นข่าว เพราะสิ่งเหล่านั้นมันจะย้อนมาทำลายตัวเราเองทั้งสิ้น
พระคเณศจากตำนานฝั่งฮินดูเกิดจากไคลของพระอุมาสร้างพระคเณศขึ้นเพื่อเฝ้าประตูห้อง เมื่อพระศิวะและคณะเทพจะเข้าพระคเณศขวางไว้จนเกิดศึกขึ้น พระคเณศโดนพระศิวะตัดเศียรขาด พระอุมาพิโรธจนพระศิวะให้หาศรีษะของสัตว์ที่หันหัวนอนในทิศตะวันตกจนได้ศีรษะช้างมาต่อ
ข้างตำนานจากฝั่งไทยผนวกเอาพระพุทธศาสนามารวมไว้จึงเขียนตำนานว่าพระขันธกุมารจะโกนจุก พระอิศวรให้พระอินทร์ไปเป่ามหาสังข์ปลุกพระนารายณ์ พระนารายณ์พอทราบเรื่องอุทานว่า ไอ้ลูกหัวหาย เพียงเท่านั้นศีรษะพระขันธกุมารก็อันตรธานหายไป ต้องเอาหัวช้างมาต่อและนิมนต์พระพุทธเจ้ามาเจริญพุทธมนต์จึงต่อศรีษะได้
จากนั้นมหาเทพมีมติให้พรประกาศิตว่าหากจะบูชาเทพใดๆพึงบูชาพระคเณศก่อนมิเช่นนั้นการบูชานั้นจะไม่เป็นผลเลย
