แม้ยามทรงบรรทมก็ยังคิดแต่เรื่องวิธีแก้ความทุกข์ให้ลูกๆชาวไทย!  โครงการพัฒนาพื้นที่วัดชัยมงคลพัฒนา พื้นที่ต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพ่อหลวง ร.๙

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์   http://panyayan.tnews.co.th

แม้ยามทรงบรรทมก็ยังคิดแต่เรื่องวิธีแก้ความทุกข์ให้ลูกๆชาวไทย!  โครงการพัฒนาพื้นที่วัดชัยมงคลพัฒนา พื้นที่ต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพ่อหลวง ร.๙
แม้ยามทรงบรรทมก็ยังคิดแต่เรื่องวิธีแก้ความทุกข์ให้ลูกๆชาวไทย!  โครงการพัฒนาพื้นที่วัดชัยมงคลพัฒนา พื้นที่ต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพ่อหลวง ร.๙

ถ้าเป็นคนอื่นตื่นจากฝันก็อาจตีเลขแทงหวย แต่สำหรับในหลวง ร.๙ แล้ว เมื่อตื่นบรรทม พระองค์ทรงเปลี่ยนความฝันมาเป็นโครงการที่แก้ความทุกข์ให้กับประชาชนของพระองค์ ซึ่งตกผลึกจากประสบการณ์การทรงงานหลายสิบปีของพระองค์ 

แม้ยามทรงบรรทมก็ยังคิดแต่เรื่องวิธีแก้ความทุกข์ให้ลูกๆชาวไทย!  โครงการพัฒนาพื้นที่วัดชัยมงคลพัฒนา พื้นที่ต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพ่อหลวง ร.๙
ในช่วงเดือนเมษายน ปี ๒๕๓๑ คืนหนึ่งในหลวงทรงฝันว่ามีบรรพบุรุษจากอินเดียมานมัสการรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี ระหว่างบรรพบุรุษกำลังกลับก็เห็นวัดแห่งหนึ่งชื่อวัดมงคล อยู่ใกล้อำเภอเมือง ก็ชอบใจเพราะชื่อวัดมีความหมายดี จึงบริจาคเงินให้วัดเพื่อสร้างอุโบสถ และบริจาคเงินส่วนหนึ่งสำหรับสร้างฝายด้วย เพราะจะช่วยให้ชาวบ้านแถวนั้นมีน้ำทำนาทำเกษตร
เมื่อพระองค์ทรงตื่นบรรทมก็รีบเปิดแผนที่จังหวัดสระบุรีหาชื่อวัดมงคล ปรากฏว่ามีอยู่จริงๆ ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จึงรับสั่งให้ ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ ลองไปสำรวจพื้นที่บริเวณวัดนั้น และหาซื้อที่มาสัก ๑๐ ไร่ คุณหมอสงครามก็ไปชวนอาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด ข้าราชการกรมชลประทานที่รับใช้ใกล้ชิดไปด้วย เมื่อไปถึงก็สอบถามจากเจ้าอาวาสวัดมงคล จนเจอที่ดินประมาณ ๑๓ ไร่ เมื่อเจ้าของที่ถามว่าใครจะซื้อก็บอกไปว่า ผู้ใจบุญจะซื้อที่ติดกับวัด
ทีมงานกลับมาถวายรายงาน ในหลวงก็รับสั่งให้ กปร. นำโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งเป็นผู้ถือเงิน เดินทางไปซื้อที่ดิน โดยรอบนี้ทรงให้ทุกคนทำตัวเหมือนเป็นเสี่ยนายหน้าซื้อที่ดิน แต่ชาวบ้านก็ยังสงสัยว่าใครมาซื้อ เพราะไม่มีใครดูเหมือนเสี่ยเลยสักคน ครั้งนั้นได้ที่มาเพิ่มอีก ๑.๕ ไร่ เป็นแปลงติดกัน เมื่อไปติดต่อโอนที่ดินเรียบร้อย คุณลุงเจ้าของที่ดินก็เชิญคณะรับประทานอาหาร แล้วถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าใครคือคนซื้อ คณะก็อึกๆ อักๆ ตอบว่า เสี่ยจะมาซื้อ ซักไปซักมา ลุงก็เลยถามว่าผู้ใจบุญคือนายกฯ ใช่ไหม คณะเลยเออออว่าใช่ แต่จังหวะนั้นชาวบ้านคนหนึ่งเหลือบไปเห็นปฏิทินในหลวงที่แขวนไว้ ปรากฏว่ากลุ่มคนที่มาซื้อที่ดินหน้าเหมือนคณะที่เดินตามเสด็จทุกคน 
ความก็เลยแตกว่าผู้ที่มาซื้อเป็นคนของในหลวงเลยได้ราคาถูกลงอีก ชาวบ้านคนหนึ่งยังเล่าให้ทีม ดร.สุเมธฟังว่า เขาฝันว่าพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯมา แล้วก็มาช่วยเขาจริงๆ

 

แม้ยามทรงบรรทมก็ยังคิดแต่เรื่องวิธีแก้ความทุกข์ให้ลูกๆชาวไทย!  โครงการพัฒนาพื้นที่วัดชัยมงคลพัฒนา พื้นที่ต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพ่อหลวง ร.๙
หลังจากซื้อที่ได้ ๑๕ ไร่ ในหลวงก็รับสั่งให้กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร รวมถึงนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ช่วยกันทำโครงการนี้ โดยเริ่มจากการขุดเจาะน้ำก่อน เพราะตรงนั้นแห้งแล้งมาก ที่แปลกคือ ก่อนหน้านั้นก็เคยมีบริษัทจะมาขอซื้อ แต่ขุดหาน้ำไม่เจอจึงไม่ซื้อ แต่พอทีมงานของในหลวงมาขุดดินห่างออกไปเพียง ๒๐๐-๓๐๐ เมตรก็กลับเจอน้ำ ที่ดินตรงนี้จึงเริ่มทำการเพาะปลูกตลอดปี ทั้งปลูกข้าว ผัก ผลไม้ เลี้ยงสัตว์ ครบวงจร พอได้ผลผลิตก็แจกให้โรงเรียน ที่เหลือก็ขายไป ได้กำไรมากกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท 
ที่นี่จึงถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่พัฒนามาเป็นแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งภายหลังนำไปใช้พัฒนาอีกหลายพื้นที่ในประเทศ
เรียบเรียงจาก พระราชดำรัสในหลวง ร.๙ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๗ , หนังสือประทีปแห่งแผ่นดิน โดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ อดีตเลขาธิการ กปร., บทสัมภาษณ์ ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ และบทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๙
ที่มา FB: เพจสานต่อที่พ่อทำ