- 10 ต.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆอีกมากมาย ได้ที่ http://www.tnews.co.th
พระอุดมญาณโมลี นามเดิม จันทร์ศรี แสนมงคล ฉายา จนฺททีโป หรือ หลวงปู่ใหญ่ (๑๐ ตุลาคม ๒๔๕๔-๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙) เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ชาวจังหวัดอุดรธานี อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์
ชาติกำเนิด
นามเดิม จันทร์ศรี แสนมงคล เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ตรงกับวันอังคาร ตรงกับแรม ๓ค่ำ เดือน ๑๑ ปีกุน ณ บ้านโนนทัน ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โยมบิดา-โยมมารดาชื่อนายบุญสาร-นางหลุน แสนมงคล ก่อนที่โยมมารดาจะตั้งครรภ์ ในคืนวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ นั้น ฝันเห็นพระ ๙ รูป มายืนอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน พอรุ่งขึ้นตรงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เพ็ญเดือน ๓ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ได้เห็นพระกัมมัฏฐาน ๙ รูปมาบิณฑบาตยืนอยู่หน้าบ้าน จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงรีบจัดภัตตาหารใส่ภาชนะ ไปนั่งคุกเข่าประนมมือตรงหน้าพระเถระผู้เป็นหัวหน้า ยกมือไหว้ แล้วใส่บาตรจนครบทั้ง ๙ รูป แล้วนั่งพับเพียบประนมมือกล่าวขอพรว่า
“ดิฉันปรารถนาอยากได้ลูกชายสัก ๑ คน จะให้บวชเหมือนพระคุณเจ้าเจ้าค่ะ”
พระเถระก็กล่าวอนุโมทนา หลังจากนั้นอีก ๑ เดือน นางหลุน แสนมงคล ก็ได้ตั้งครรภ์ และต่อมาก็คลอดบุตรชายรูปงามในวันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔
อุปสมบท
บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ณ วัดโพธิ์ศรี บ้านศิลา ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดย เจ้าอธิการเป๊ะ ธัมมเมตติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี, เจ้าคณะตำบลโนนทัน อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมาวัดศรีจันทร์ (วัดศรีจันทราวาส) ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยมี พระครูพิศาลอรัญญเขต (จันทร์ เขมิโย ป.ธ. ๓) เจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดขอนแก่น และเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ (วัดศรีจันทราวาส) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาปิ่น ปญฺญาพโล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีพระอาจารย์กรรมฐานจำนวน 25 รูปนั่งเป็นพระอันดับ ท่านได้รับนามฉายาว่า จนฺททีโป อันมีความหมายเป็นมงคลว่า ผู้มีแสงสว่างเจิดจ้าดั่งจันทร์เพ็ญ
การศึกษาพระปริยัติธรรมและงานด้านการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๗๔ สอบได้นักธรรมชั้นตรีได้ในสนามหลวง คณะจังหวัดขอนแก่น
พ.ศ. ๒๔๗๕ สอบนักธรรมชั้นโทได้ในสนามหลวง คณะจังหวัดขอนแก่น
พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบนักธรรมชั้นเอกได้ในสนามหลวง สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๔๘๐ สอบเปรียญธรรม๓ ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๔๘๕ สอบเปรียญธรรม ๔ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๔๘๔ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ทรงมีบัญชาให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลี ณ สำนักเรียนวัดป่าสุทธาวาส ต.พระธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร
ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตฺตมหาเถระ ได้ไปพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เป็นเวลา ๑๕ วัน ทำให้หลวงปู่จันทร์ศรีได้มีโอกาสใกล้ชิดกับท่านพระอาจารย์มั่นชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถือเป็นกำไรแห่งชีวิตอันล้ำค่า
พ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านได้กลับมาอยู่จำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อศึกษาเปรียญธรรม 5 ประโยค
พ.ศ. ๒๔๘๖ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระบัญชาให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลี เปรียญธรรม ๓-๔ ประโยค ณ สำนักเรียนวัดธรรมนิมิตร ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป็นเวลานานถึง ๑๐ ปี
ตำแหน่งงานปกครองคณะสงฆ์
๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ก็มีพระบัญชาให้มาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อทำศาสนกิจคณะสงฆ์ เนื่องจาก พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) มีอายุเข้าปูนชรา โดยแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ และในปีเดียวกันก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต) อีกตำแหน่งหนึ่ง
พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ และในปีเดียวกันก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต) อีกตำแหน่งหนึ่ง
พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ วัดราษฎร์
พ.ศ. ๒๕๐๗ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วัดโพธิสมภรณ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และในปีเดียวกันท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวงชั้นตรี
พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าคณะภาค (ธรรมยุต) และรักษาการเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี
พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะจังหวัดหนองคายและจังหวัดสกลนคร
พ.ศ. ๒๕๓๑ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต) และเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต) รวมทั้ง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม (มส.)
รวมทั้ง ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต)
ลำดับสมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ พระครูสิริสารสุธี
พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสิริสารสุธี อุดรธานี ธรรมิกคณิสสร
พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเมธาจารย์ ปริยัติญาณโสภณ วิมลศีลาจารวัตร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธาจารย์ อริยญาณนายก ตรีปิฎกธรรมวิภูษิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมบัณฑิต ปริยัติกิจโกศล สกลศาสนกิจจาทร สุนทรศีลโสภิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระอุดมญาณโมลี ศีลาจารวราภรณ์ สาทรหิตานุหิตวิมลโสภณ ธรรมโมวาทานุสาสนี ตรีปิฏกธรรมลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
ละสังขาร
พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)ได้ละสังขารอย่างสงบ ที่ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ชั้น ๒๘ รพ.จุฬาลงกรณ์ หลังเข้ารักษาอาการอาพาธ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ เวลา ๒๐.๐๐ น. สิริอายุรวม ๑๐๕ ปี พรรษาที่ ๘๕ หลวงปู่จันทร์ศรี” เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ เมืองอุดรฯ เกจิดังสายกรรมฐาน ละสังขาร ๒ ทุ่ม
ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพื่อเผยแผ่กิตติคุณเป็นสังฆบูชา
