อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง

ติดตามเรื่องราวดีๆอีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Puttharuk Mhong Putthiprechapong ได้โพสต์ภาพพร้อมกับระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ดังนี้

อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง

จากมุมมองความรู้สึกของช่างภาพที่ได้เข้าไปร่วมบันทึกภาพงาน ก้าว

ผมได้มีโอกาสถูกส่งไปเบตงเพื่อให้ไปบันทึกภาพ งานก้าวซึ่งผมได้ทราบข่าวเกี่ยวกับงานนี้ทางสื่อต่างๆมาพอสมควรแล้ว รู้สึกตกใจว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ ด้วยระยะทางขนาดนั้น ตูนจะไหวเหรอ กับการที่ต้องวิ่งระยะที่เกินกว่ามาราธอน แทบทุกวัน รวมถึงเส้นทางที่ดูเหมือนจะไม่ปลอดภัย

เบตงผมได้ยินชื่ออำเภอนี้มานานแล้ว เป็นอำเภอขนาดใหญ่ของจังหวัดยะลา อยู่ใต้สุดเป็นติ่งยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย การเดินทางผมนั่งเครื่องบินไปลงหาดใหญ่ โดยใช้เวลาอันน้อยนิดเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นก็ต่อรถตู้ไปยังที่พักใช้เวลา 5 ชั่วโมง !!! และไอ้ทางที่เราผ่านมาโค้งแล้วโค้งเล่า ลวดหนามด่าน รักษาความปลอดภัยต่างๆแม้กระทั่งเนินเขา นี่แหละตูนต้องวิ่งผ่าน !!!

และความประทับใจในคืนแรกก็เกิดขึ้นที่เบตง เมื่อทีมงานและผมได้ออกไปหาซื้อน้ำดื่มและลังโฟม ทางร้านไม่คิดค่าน้ำดื่มใดๆเลยแถมยังให้ลังโฟมมาใช้ด้วยยิ่งพอบอกว่ามาวิ่งงานก้าว เจ้าของร้านบอกว่างั้นขอช่วยน้องๆเพื่อเป็นการทำบุญไปในตัว คนเบตงน่ารักใจดีชอบช่วยเหลือยิ้มแย้มแจ่มใสและผมตั้งใจไว้ว่าถ้ามีโอกาสจะมาอีกแน่ๆ

ภาพตัดมาวันที่ 1 พย วันที่ตูนจะเริ่มก้าวแรกจากป้าย ใต้สุดแดนสยามสิ่งที่ผมเห็นและได้ยินมา อำเภอเบตงที่เงียบสงบ กลับดูครึกครื้น ดูมีพลัง ชาวบ้านทุกคนตั้งใจทำบุญ ดูมีความสุข ที่ได้ทำบุญร่วมกับตูน วันนี้เบตงดูคึกคักมากแม้จะเบียดเสียดกันไปบ้าง ทันทีที่ตูนเริ่มวิ่ง ชาวบ้านหลายคน ทั้งคนนอกพื้นที่ คนในพื้นที่ต่างออกมาวิ่งส่งตูนป็นกำลังใจให้ตูนจนแทบจะเต็มถนนตั้งแต่อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ไปจนถึงวงเวียน และอีกหลายคนที่แม้ไม่ได้เป็นนักวิ่ง ก็มาร่วมวิ่งส่งเท่าที่ตัวเองจะวิ่งไหว บางคนดูเหนื่อยมาก แต่เค้าก็ยังยิ้มอย่างมีความสุข ตลอดทางที่ตูนวิ่งไปก็จะมีชาวบ้านมาดักรอเพื่อขอเซลฟี่ กับตูนบ้าง ขอลายเซ็นต์บ้าง ทุกคนดูตื่นเต้น ตูนเป็นกันเอง และเต็มใจจะเซลฟี่กับทุกคน ผมไม่เห็นเค้าอารมณ์เสีย ขี้เกียจหรือปฎิเสธใครเลย แฟนคลับตูนมีตั้งแต่ เด็กเล็กยันคุณยาย ทุกคนรู้จักตูนหมด ไม่รู้ว่าอาจจะดูเว่อร์ไปมั๊ย ผมคิดว่าถ้าจบงานนี้ตูนคงเป็นดาราที่เซลฟี่กับแฟนๆมากที่สุดในโลกแล้วล่ะมั้ง 5555

ทุกครั้งที่จบแต่ละช่วงตูนจะเข้าไปพักและ recovery ในรถบัสใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก และในบางช่วงก็ต้องมีการออกมามอบรางวัล มารับเงินบริจาคต่างๆ

ในช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 ตัวผมเอง ใช้มอเตอร์ไซค์บ้าง รถยนต์บ้าง โบกเอาบ้าง ในการถ่ายภาพ ก็จะทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างกันไป รวมระยะที่ 1,2 ที่ผมวิ่งไปมา ก็น่าจะมีราวๆ 10 กิโลเป็นอย่างน้อย
และในช่วงที่ 3 นี่ละที่ผมตัดสินใจว่าผมจะวิ่งอย่างเดียวพร้อมกับถ่ายภาพไปด้วย ตลอดระยะทาง 13.5 กิโล ถือว่าทำงานไปด้วยวิ่งส่งตูนไปด้วยในคราวเดียวกัน งานก็อยากทำ วิ่งก็อยากวิ่ง ก็เลยจัดไปพร้อมกันโดยลืมไปว่า นี่เราต้องวิ่งตอนบ่าย!!! พระอาทิตย์แทบจะตรงหัวเราแล้ว

เมื่อตูนเริ่มวิ่งในช่วงที่3บรรดานักวิ่งหลายๆคนที่ร่วมวิ่งใน 2 ช่วงที่ผ่านมาเริ่มล้าลงอย่างเห็นได้ชัด ผมวิ่งขึ้นลงบ่อยมาก เพื่อจะเก็บภาพให้ได้มากที่สุด สิ่งนึงที่ผมเห็นนะ คือทุกคนมุ่งมั่นมาก ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน บางคนก็ช่วยโบกรถ ให้สัญญานกัน คอยระมัดระวังกัน ดูแลกันตลอดเส้นทาง ระหว่างที่วิ่งมีการหยุดกันบ้างเป็นบางช่วง เพราะมีหลายคนแวะมาบริจาค หลายคนวิ่งเข้ามาหาตูน บางคนก็วิ่งตาม ขี่มอเตอร์ไซค์ตาม ขี่จอดดักเพื่อขอถ่ายรูป เป็นภาพที่น่ารักมากๆ ที่ผมไม่คิดว่าผมจะได้มาเห็นภาพแบบนี้ในป่าในเขาที่เบตง จนบางครั้งผมรู้สึกตื้นตันใจ และอินไปด้วยเสมอ
ส่วนในเรื่องความปลอดภัยนั้น เจ้าหน้าที่ทุกนายมาช่วยดูแลด้วยความเต็มใจ และทำงานกันอย่างเต็มที่ ผมได้มีโอกาสคุยกับเจ้าหน้าที่ท่านนึง เค้าบอกผมว่า ชุดเกราะที่เค้าใส่หนัก 5 กิโล ปืนอีก 2 กิโล บางคนซุ่มอยู่ในป่า บางคนอยู่ในรถหุ้มเกราะ เพื่อควบคุมสถานการณ์และความปลอดภัยของทุกๆคน

ในช่วงที่ 4 ท้องฟ้าเริ่มมืดลงอากาศเริ่มเย็นขึ้น ตูนเริ่มออกวิ่งพร้อมด้วยนักวิ่งที่ที่มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ประกอบกับเส้นทางที่ไม่ค่อยราบเรียบมีการทำถนนเป็นบางช่วงและยังคงมีเนินอยู่สม่ำเสมอ ตลอดเส้นทางมีไฟรถช่วยนำทางให้ ตูนเริ่มเร่งความเร็วมากขึ้นเพื่อจะได้ถึงเส้นชัยได้เร็วขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้
ระหว่างที่ตูนวิ่งอยู่นั้นผมได้นั่งรถมาถึงเส้นชัยก่อนเพื่อที่จะดักรอถ่ายภาพ
ที่สะพานแม่หวาดนั้นมีคนในพื้นที่ มารอรับตูน มีร้านขายของต่างๆมาเปิดร้านรอที่จะพบขวัญใจของเค้าอย่างใจจดใจจ่อ บางคนตามมาทั้งวัน เพื่อมาส่งตูนที่นี่ ทุกคนดูเหน็ดเหนื่อยแต่ทุกคนดูไม่ท้อถอย ทันใดนั้นเองเมื่อตูนมาถึงที่สะพานเด็กๆหลายคนวิ่งเข้าไปจูงมือตูนเพื่อจะได้เข้าไปเส้นชัยไปพร้อมๆกัน ที่สะพานตอนนั้นผมรู้สึกมีความปลื้มปิติ บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนในพื้นที่ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบบรรยายกาศแบบนี้ ที่เบตง ผมรู้สึกเคารพและนับถือผู้ชายคนนี้ด้วยใจจริง นี่แค่ 1 วัน ยังเหนื่อยขนาดนี้ คงเหลืออีก 50 กว่าวันที่ตูนยังคงต้องวิ่งไปจนถึงเหนือสุดแดนสยาม เรามาร่วมเป็นกำลังใจกันดีกว่าครับ

ผมคิดว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ตูนต้องการสื่อมาตลอดคือการให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพโดยการออกกำลังกายกันมากขึ้น และโรงพยาบาลเป็นทางออกสุดท้ายสำหรับทุกคน

และการก้าวในวันแรกของตูนก็จบลงที่สะพานแม่หวาด โดยสวัสดิภาพ

จากมุมมองความรู้สึกของช่างภาพที่ได้เข้าไปร่วมวิ่งและบันทึกภาพงาน ก้าว #ก้าว #ก้าวนี้เพื่อหมอและพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน

อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง อ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาซึม! ช่างภาพโพสต์ซึ้งเรื่องราวมากมายตลอดเส้นทางก้าวของ ตูน บอดี้สแลม ภาคใต้ที่เคยเงียบสงบกลับมามีรอยยิ้ม มีพลังอีกครั้ง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Puttharuk Mhong Putthiprechapong