- 26 พ.ย. 2560
รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://www.tnews.co.th
อาตมาไม่ใช่พระรับจ้าง
มีสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ที่มีโอกาสรู้จักพระอาจารย์ประยุทธเป็นครั้งแรก ได้เล่าว่า..
..ตอนนั้นอยู่ที่บ้านเก่าหลังหนึ่ง มีเนื้อที่ ๒ ไร่ รอบบ้านที่ปลูกก็ตกราคา ๓ ล้านในขณะนั้น แต่เป็นย่านที่มีขโมยชุกชุมเดือดร้อนเรื่องของหาย จึงได้กราบให้ท่านพระอาจารย์มหาปิ่นทราบ เพราะเคารพนับถือกันมานาน ท่านพระอาจารย์มหาปิ่นก็บอกว่า.. “ต้องพึ่งพระอาจารย์ประยุทธท่าน เพราะท่านมีฤทธิ์ขลังอาจป้องกันได้”
ขณะนั้นท่านพระอาจารย์ประยุทธก็อยู่ในวัดด้วย ท่านนั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ เธอก็ได้เข้าไปกราบท่าน บอกท่านว่า..
“อยากจะขอนิมนต์ท่านไปที่บ้าน ขโมยมันชุมนักจะทำอย่างไรดี”
พระอาจารย์ประยุทธนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า..
“อาตมาไม่ใช่พระรับจ้าง”
สุภาพสตรีท่านนี้ก็งง ทำไมท่านพระอาจารย์พูดอย่างนั้นเมื่อท่านไม่ยอมไป เธอก็กราบลาท่าน อีก ๓ เดือนต่อมา มีงานที่วัดหนองน้ำขาว สตรีท่านนี้ได้ไปร่วมงานด้วย และได้มีโอกาสถามท่านพระอาจารย์มหาปิ่นว่า..
“ไหนท่านว่าพระอาจารย์จะนิมนต์ท่านอาจารย์ประยุทธให้ดิฉัน”
ท่านพระอาจารย์มหาปิ่นหัวเราะและบอกว่า..“เดี๋ยวคงมา”
..แต่เมื่อพระอาจารย์ประยุทธมาถึงก็ไม่ได้ขึ้นมาบนศาลา ท่านเลยไปนั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ห่างออกไป สุภาพสตรีท่านนี้จึงได้ลองนิมนต์ท่านอีกที จึงกราบท่านและนิมนต์ท่านไปที่บ้าน คำตอบก็เหมือนเดิมคือ..
“อาตมาไม่ใช่พระรับจ้าง”
..ทำให้เธอหมดศรัทธาที่จะนิมนต์เสียแล้ว..
สักพักใหญ่ๆ ประมาณบ่าย ๔ โมงเย็น ก็เห็นพระอาจารย์ประยุทธให้เด็กถือบริขารมีบาตรและกลดเดินเข้ามาหาบอกว่า..
“จะนิมนต์ไปบ้าน ก็ไปเสียแต่ต้องกลับมาให้ทันสวดมนต์เย็นเวลา ๖ โมงนะ”
เธอก็นิมนต์ท่านขึ้นรถและมีคนมาเป็นเพื่อนด้วย ขับรถมาถึงเขตนครชัยศรี ยางหน้าก็แบนลงจำเป็นต้องเปลี่ยนยาง แต่ยางอะไหล่ก็ไม่มีไม่รู้จะทำอะไร ท่านพระอาจารย์ประยุทธนั่งหลับตาอยู่ข้างหลัง ท่านก็บอกว่าขับต่อไปเดี๋ยวก็ถึงแล้ว เธอก็ขับต่อไป น่าอัศจรรย์ ยางที่แบนกลับพองขึ้นและวิ่งได้สบายจนถึงบ้านได้
ท่านพระอาจารย์ประยุทธทำน้ำมนต์กันขโมยให้แล้ว ท่านเจ้าของบ้านจะพาท่านกลับไปวัดหนองน้ำขาวตามที่ได้ให้สัญญาไว้ แต่ยางก็แบนอย่างเดิมหาคนมาช่วยเปลี่ยนไม่ได้ จึงเรียนท่านไปว่า..
“เห็นจะต้องกลับรถแท็กซี่เสียแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันสวดมนต์”
ท่านพระอาจารย์บอกว่า.. “ท่านเป็นพระบ้านนอกขี้เห่อ นั่งรถป้ายเหลืองไม่ได้หรอกต้องนั่งรถป้ายดำ”
ท่านเจ้าของบ้านตอบว่า.. “ดิฉันไม่รู้จะไปเอารถที่ไหนตอนนี้”
ท่านพระอาจารย์ว่า.. “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มีรถป้ายดำมารับเอง”
ท่านพูดไม่กี่นาทีก็มีรถเลี้ยวเข้ามาในบ้านอย่างไม่คาดฝัน เป็นรถน้องชายเจ้าของบ้าน เขาก็อาสาไปส่งท่านพระอาจารย์อีก ๓-๔ เดือนต่อมา สุภาพสตรีท่านนี้ได้นิมนต์พระอาจารย์ประยุทธและอาจารย์เรือง ขณะได้นั่งสนทนากันจึงได้เล่าเรื่องให้ท่านพระอาจารย์ฟังว่า..
..มีคนมาขอยืมเงินหายไปเป็นปีไม่ได้ข่าวเลย สักพักท่านพระอาจารย์ก็ได้ให้หาดอกไม้ ๗ สีมาให้ ขณะนั้นใกล้ ๔ ทุ่มแล้วไม่รู้จะไปหาซื้อดอกไม้ที่ไหน จึงหาดอกไม้ในบริเวณบ้าน แต่คิดว่ามีไม่ครบ ๗ สี ท่านพระอาจารย์ก็บอกว่ามีครบ ให้พาเด็กๆ ไปช่วยกันหามาก็ได้ครบ ๗ สี เอาขันน้ำมนต์ใส่น้ำมาตั้งที่หน้าท่าน จุดธูปเทียนแล้ว ท่านอาจารย์ก็หยิบดอกไม้มากรีดและเด็ดทีละกลีบใส่ลงในขันน้ำมนต์ ท่าทางการเด็ดกลีบดอกไม้นั้นประณีตนุ่มนวลมาก ท่านเด็ดจนหมดดอกแล้วท่านก็บอกว่า..ไม่เป็นไรเขาจะเอาเงิน ๔ หมื่นมาคืนเอง
สุภาพสตรีท่านนั้นก็ได้พบกับความประหลาดในเมื่อลูกหนี้ที่หายไปเป็นปี อีก ๒ วันต่อมา ก็ได้ยินเสียงคนมาเรียกอยู่หน้าบ้านแต่เช้า ลูกหนี้คนนั้นนั่นเอง เขาขอโทษขอโพยแล้วเอาเงินมาคืนให้อย่างครบถ้วน
คุณสุภาพสตรีท่านนี้ ท่านได้สร้างเรือนร้างไว้ริมรั้วในเนื้อที่ ๒ ไร่ในบริเวณบ้านเก่าของท่าน เพื่อให้พระปฏิบัติที่เคารพนับถือที่ได้เดินทางมาเยี่ยมหรือเดินทางมาจากต่างจังหวัดและไม่สามารถกลับวัดได้ทันหรือมีกิจที่ต้องค้าง ก็จะนิมนต์ให้ท่านค้างที่เรือนว่างแห่งนั้น บังเอิญตอนนั้นท่านพระอาจารย์ประยุทธท่านมาค้าง ลูกๆ หลานๆ ของเจ้าของบ้านขอจัดเลี้ยงรุ่นพอดี คุณสุภาพสตรีท่านนั้นก็กำชับว่าอย่าส่งเสียงดังมากไปจนรบกวนหลวงพ่อท่าน และได้เรียนพระอาจารย์ให้ทราบ
ท่านอาจารย์ก็บอกว่า..“เด็กเขาจะสนุกกันก็ช่างเขาเถอะ ไม่รบกวนอะไรหรอก”
การเลี้ยงรุ่นของเด็กๆ ที่ขาดไม่ได้ก็คือ เสียงเพลง เสียงดนตรี การยั่วเย้าเฮฮากันตามวิสัยของเขา ขณะที่มองไปริมรั้วท่านอาจารย์ประยุทธก็นั่งสมาธิแน่วนิ่งอยู่ในเรือนว่าง มองเห็นได้จากหน้าต่างที่เปิดไว้เห็นแสงเทียนที่จุดไว้เพียงเล่มเดียว กระจายแสงฉาบไล้อยู่ที่ใบหน้าและกายของท่านเป็นเวลาหลายชั่วโมง แล้วเมื่อใกล้จะถึงเวลา ๒๔.๐๐ น. เพลงได้หยุดลงแล้วและมีเด็กคนหนึ่งได้มองไปที่เรือนร้างผ่านหน้าต่างเรือนว่างนั้น เห็นดวงไฟใหญ่เท่าบาตรเกือบเป็นวงกลมลอยขึ้นจากเทียนที่ท่านจุดไว้ แสงสุกปลั่งเจิดจ้าลอยขึ้นสู่เพดานลูกแล้วลูกเล่า เมื่อต่างสะกิดกันให้ดูก็พากันตะลึงไปตามๆ กัน และคิดกันว่าลูกไฟเกิดจากอะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร หลายคนสงสัยพากันย่องไปใกล้ๆ ก็เห็นแต่เทียนที่ท่านจุดไว้เพียงเล่มเดียว ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เกิดลูกไฟเช่นนี้ได้ ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น เด็กๆ เกือบ ๒๐ คน ได้พากันนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าต่างแล้วนมัสการกราบลงขอความเป็นสิริมงคล เมื่อมีผู้ถามท่านพระอาจารย์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านอธิบายว่าท่านไม่ได้ทำอะไร มันเกิดขึ้นเองอาจจะเป็นพลังอำนาจของจิตก็ได้
ประวัติและปฏิปทา : พระอาจารย์ประยุทธ ธัมมยุตโต
..ขุนโจรผู้เป็นพระอริยบุคคล..
ที่มา FB : เพจ กลุ่มเครือข่ายชาวพุทธ ข้าวก้นบาตร
