พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ อธิบายถึงความแตกต่างไว้ว่า “ทำไมพุทธองค์จึงแตกต่างจากพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์อื่นๆ”

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์   http://www.tnews.co.th

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ อธิบายถึงความแตกต่างไว้ว่า “ทำไมพุทธองค์จึงแตกต่างจากพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์อื่นๆ”

ครั้งหนึ่งได้มีศิษย์ของพระอาจารย์ชยสาโรภิกขุได้มีข้อสงสัยในคำว่า “พระพุทธเจ้า” กับ “พระปัจเจกพุทธเจ้า” ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรโดยอธิบายใจความว่า
ธรรมเป็นกฎตายตัวของธรรมชาติที่ท่านได้บรรลุถึง ซึ่งมีอยู่แล้ว พระพุทธองค์ตรัสว่า ตถาคตบังเกิดขึ้นก็ตาม ไม่บังเกิดขึ้นก็ตาม สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา คือเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อริยสัจสี่ ไม่ใช่ว่าเป็นทฤษฎีหรือเป็นปรัชญาที่พุทธองค์คิดขึ้นมาเองจากใจที่บริสุทธิ์ แต่เป็นสิ่งที่ท่านค้นพบ และเมื่อท่านค้นพบแล้ว ท่านก็ยังมีความปรีชาญาณในการอธิบาย ในภาษาธรรมดาที่มนุษย์ทั้งหลายสามารถเข้าใจได้ แล้วปฏิบัติตามได้
 

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ อธิบายถึงความแตกต่างไว้ว่า “ทำไมพุทธองค์จึงแตกต่างจากพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์อื่นๆ”
แตกต่างจากพระปัจเจกพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าบรรลุธรรมเหมือนกัน แต่เมื่อท่านเข้าถึงความลึกซึ้งที่อยู่เหนือภาษา ท่านก็ไม่สามารถที่จะแปลประสบการณ์ แปลความเข้าใจของคนเองเป็นภาษาคนได้ ไม่สามารถสร้างระบบ ไม่สามารถสร้างวิถีที่คนอื่นจะได้ปฏิบัติตาม เราจึงตั้งชื่อพระพุทธองค์ว่า พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะตรัสรู้ชอบแล้วท่านก็ยังสามารถสั่งสอน
สิ่งที่ท่านสอนคือ หลักธรรม สิ่งที่ท่านสั่งก็คือ พระวินัย สิ่งที่ท่านสอนก็คือ ธรรมะ แต่สิ่งที่ท่านสั่งก็คือพระวินัย เพราะเป็นเรื่องบัญญัติ เป็นเรื่องการสร้างระบบ ระบบความเป็นอยู่ ระบบสังคมที่จะเอื้ออำนวยที่สุดต่อการเข้าถึงธรรม ถ้ารู้จักหลักธรรมแต่ไม่ฉลาดในการสร้างสิ่งแวดล้อม หรือบรรยากาศ หรือสังคมที่เอื้ออำนวย ก็คงจะได้ผลน้อย 
 

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ อธิบายถึงความแตกต่างไว้ว่า “ทำไมพุทธองค์จึงแตกต่างจากพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์อื่นๆ”
แต่พระพุทธองค์เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนได้ทั้งสองอย่าง ทั้งธรรมะด้วย ทั้งวินัยด้วย แล้วสิ่งที่พระพุทธองค์สอน เนื่องจากว่า เป็นเรื่องสัจจธรรมความจริง เป็นของกลางของธรรมชาติ มันจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีวันตาย เป็นคำสอนที่สากลอย่างแท้จริง
ชยสาโรภิกขุ
ที่มา FB : เพจวัดป่า @watpah