มึงอย่าไปเลี้ยงเลย ปลากัดพวกนั้นไม่เก่งหรอก สู้ของกูไม่ได้ "หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ"กัดที่ไหนก็ชนะที่นั้น..แต่พอรุ่งเช้าดูใหม่..แทบตะลึง.

ติดตามเรื่องราวดีๆอีกมากมาย ได้ที่ http://www.tnews.co.th

หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ จ.อยุธยา ลูกศิษย์เลี้ยงปลากัด ท่านให้เอาไปปล่อยลงแม่น้ำหมด ท่านบอกว่า

“มึงอย่าไปเลี้ยงเลย ปลากัดพวกนั้นไม่เก่งหรอก สู้ของกูไม่ได้”

ท่านก็ให้ปลากัดของท่านไป ไปกัดที่ไหนก็ชนะ ลูกศิษย์ก็ดีอกดีใจ กลับมาเอาใส่ขวดไว้อย่างดีเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาไปกัดใหม่ วันรุ่งขึ้นเหลือแต่ใบจากชิ้นหนึ่ง ลอยอยู่ในขวด

ท่านไม่อยากให้เด็กทรมานสัตว์ จึงเอาใบจากไปให้เด็กเล่น น่าจะเป็นใบจากที่ท่านมวนบุหรี่นั่นแหละ จะไปห้ามเด็กตรงๆ เด็กรักสนุกเดี๋ยวก็ไปแอบช้อนปลากัดมาอีก ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ..

มึงอย่าไปเลี้ยงเลย ปลากัดพวกนั้นไม่เก่งหรอก สู้ของกูไม่ได้ "หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ"กัดที่ไหนก็ชนะที่นั้น..แต่พอรุ่งเช้าดูใหม่..แทบตะลึง.

หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ อำเภอท่าเรือ

เจ้าตำรับ ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ เมืองกรุงเก่า

ตะกรุดหน้าผากเสือ หลวงพ่อนอ เป็นตะกรุดหลัก ของอยุธยา และเป็นที่เล่นหาของวงการพระเครื่องส่วนกลาง ปัจจุบันมีราคาเช่าหาสูงมาก

พระครูประสาธน์วิทยาคม หรือ หลวงพ่อนอ จันทสโร วัดกลาง เกิดวันอังคารที่๓๑ มกราคม ๒๔๓๕ ตรงกับขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะโรง ณ บ้านศาลาลอย อ.ท่าเรือ เป็นบุตรของ นายสวน นางพุฒ งามวาจา โยมบิดาตั้งนามว่า "นอ"

อายุครบบวชจึงได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศาลาลอย และได้เล่าเรียนวิชาอาคมกับพระอาจารย์นาค และพระอาจารย์วงษ์ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้าเป็นที่นับถือในหมู่คนทั่วไป โดยพระอาจารย์วงษ์เก่งทางด้านคงกระพัน พระอาจารย์นาคเก่งทางด้านมหาอุด โดยได้ศึกษามาจากสำนักวัดประดู่ทรงธรรมพระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อนอ ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางท่าเรือเพราะญาติโยมที่เคยเห็นสรรพคุณของท่าน มาก่อนได้ นิมนต์มาช่วยสร้างวัด เพราะตอนนั้นวัดกลางท่าเรือเป็นวัดที่แทบจะเป็นวัดร้าง หลวงพ่อนอจึงได้ตั้งใจเด็ดเดี่ยวกับกรรมการวัดว่า

"ไม่เป็นไรหรอก เมื่อไว้ใจให้ฉันมาช่วยสร้างวัด คอยดูนะ ฉันจะจารตะกรุดสร้างวัดให้พวกแกดู "

การก็เป็นความจริง หลวงพ่อนอลงตะกรุดโทนตะกรุดหนังหน้าผากเสือหาเงินเข้าสร้างโบสถ์และเสนาสนะ ปรากฏว่า ตะกรุดโทนหลวงพ่อนอ ตะกรุดหนังหน้าผากเสือของท่านท้ายิงได้ทุกดอก ยิงออกไม่ต้องเอาเงินทำบุญ หนังสือเครื่องรางยุคเก่าจัดลำดับให้หนังหน้าผากเสือหลวงพ่อนอ อยู่ในลำดับ เครื่องรางของขลังยอด นิยมอันดับ ๕

แต่ปัจจุบันหลวงพ่อนอ น่าจะอยู่ในอันดับที่ ๔ ตามลำดับ ดังนี้

๑.พระพิมลธรรม(นาค)วัดอรุณฯ

๒.หลวงปู่บุญ

๓.หลวงพ่อหว่าง วัดเทียนถวาย(อาจารย์พระพิมลธรรม นาค วัดอรุณฯ)

๔.หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ

๕.หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม

๖.หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียงและ

๗.หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรสจันทบุรี

มึงอย่าไปเลี้ยงเลย ปลากัดพวกนั้นไม่เก่งหรอก สู้ของกูไม่ได้ "หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ"กัดที่ไหนก็ชนะที่นั้น..แต่พอรุ่งเช้าดูใหม่..แทบตะลึง.

มึงอย่าไปเลี้ยงเลย ปลากัดพวกนั้นไม่เก่งหรอก สู้ของกูไม่ได้ "หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ"กัดที่ไหนก็ชนะที่นั้น..แต่พอรุ่งเช้าดูใหม่..แทบตะลึง.

ราคาทำบุญจากวัดในสมัยนั้นดอกละ ๕๐๐ บาท ประมาณปี ๒๔๘๐ – ๒๔๙๕ ถือว่าแพงมากในสมัยนั้น และที่สำคัญมีการลองยิงในวัดทีเดียวจนเป็นที่ยอมรับว่าขลังมาก ๆ จนมีคำร่ำลือจากชาวบ้านในยุคนั้นที่เคยได้ยินหลวงพ่อนอท่านพูดว่า

"ตะกรุดข้า ๕๐๐ ทุกดอก ถ้ายิงออกไม่ต้องเอาไป"

ขั้นตอนในการบรรจุวิทยาคมของหลวงพ่อนอ
ซึ่งขั้นตอนในการปลุกเสกไม่มีอาจารย์ท่านใดเหมือนแน่นอน ก่อนปลุกเสกท่านจะใช้เหล้าเพื่อบูชาครู จากนั้นตัวของท่านจะแดงมาก ท่านจะปิดกุฏิปลุกเสกเงียบๆ คนเดียวอยู่ในกุฏิ ช่วงเวลาปลุกเสกลูกศิษย์จะได้กลิ่นสาปเสืออบอวลทั่วทั้งบริเวณตลอดจนเป็นเรื่องเล่าขานสือต่อมาไม่รู้จบของพิธีกรรมปลุกเสกที่เข้มขลังในยุคนั้น

ตะกรุดหนังหน้าผากเสือเป็นเครื่องรางที่มองดูผิวเผินก็ดูจะธรรมดาๆ แต่จริงๆ แล้วทุกท่านก็คงประจักษ์กันมานักต่อนักแล้ว แม้นจะเป็นเรื่องเล่าขานสืบต่อหรือประสบการณ์กับตนเองในเรื่องของพุทธคุณไม่เป็นรองวัตถุมงคลใดๆ เลย โดยจะเห็นได้จากปัจจุบันตะกรุดหนังหน้าผากเสือสำนักนี้มีราคาค่างวดสูงมากยิ่งขึ้น แรงแซงทางโค้ง เนื่องจากเจตนาการสร้างดี พุทธคุณเป็นที่ประจักษ์ มีเอกลักษณ์ชัดเจน เป็นมาตรฐาน และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในวงการเครื่องรางของขลังขณะนี้

มึงอย่าไปเลี้ยงเลย ปลากัดพวกนั้นไม่เก่งหรอก สู้ของกูไม่ได้ "หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ"กัดที่ไหนก็ชนะที่นั้น..แต่พอรุ่งเช้าดูใหม่..แทบตะลึง.

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี

SaRaN wiki

คาถาครูพักลักจำ

http://www.baanjompra.com/