- 31 ม.ค. 2561
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอันมากในการปราบโจรร้ายในภูมิภาคต่างๆ ของไทย ในภาคกลางเช่น เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือไหว เสือมเหศวร ที่พัทลุง ปราบ เสือสังหรือเสือพุ่ม ที่นราธิวาส ปราบผู้ร้ายทางการเมือง ในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ หัวหน้าโจรชื่อ "อะเวสะดอตาเละ" จนท่านได้ฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า "รายอกะจิ" ซึ่งแปลว่า "อัศวินพริกขี้หนู" นอกจากท่านจะมีฝีมือในการปราบโจรผู้ร้ายแล้วนั้น ท่านยังมากด้วยวิชาอาคม มีของดีติดตัวมากมาย จนได้รับฉายาว่า "มือปราบหนังเหนียว" อีกทั้งยังมีกำลังวังชา ร่างกายแข็งแรงอย่างมาก โดยมีเคล็ดลับ คือ ยาอายุวัฒนะ ๑๐๓ ปี นั่นเอง
สำหรับเคล็ดลับยาอายุวัฒนะ ๑๐๓ ปีนี้ เป็นเคล็ดลับยาของท่านขุนพันธรักษราชเดช ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักเลงว่านยาตัวยง รอบรู้เรื่องว่านยาทุกชนิด ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่จังหวัดไหน หน้าบ้าน รอบบ้าน จะปลูกว่านยา ไม้มงคลเต็มไปหมด สูตรลับยาอายุวัฒนะที่ทำให้ท่านขุนพันธ์ มีอายุยืนถึง ๑๐๓ ปี และมีสุขภาพดี แข็งแรงมีกำลังวังชานี้ ปรุงมาจากว่านยาชนิดใด และมีสรรพคุณเช่นไรบ้าง โดยท่านขุนพันธ์ ยืนยัน ก่อนเสียชีวิตว่า ยานี้ทำให้ท่านมีกำลังวังชา มีสุขภาพดี และมีอายุยืนยาว นับร้อยปี ต้นไม้ชนิดนี้คือ ต้นกระพังโหม หรือบางทีเรียกว่า พังโหม หรือ ย่านพาโหม คนภาคกลาง เรียกชื่อพิศดารออกไป โดยเรียกว่าต้นตูดหมู ตูดหมา หรือตดหมูตดหมา และไหนๆ พังโหม หรือตดหมูตดหมา ก็ได้ชื่อว่าเป็นยา อายุวัฒนะ ที่ทำให้ท่านขุนพันธ์ มีอายุยืนถึง ๑๐๓ ปี
กระพังโหม เป็นไม้เถา ใบยาวเรียง อาศัยเกาะต้นไม้อื่นๆอยู่ มีกลิ่นเหม็นเนื่องจากมีสาร Methgl-Meraptan หรือสารระเหยชนิดหนึ่ง หากจะให้กลิ่นเบาบางลง จะต้องนำไปผ่านความร้อนหรือต้ม กระพังโหม ขยายพันธ์ โดยเมล็ด เจริญงอกงามได้ทั่วไป เลี้ยงง่าย ปลูกง่ายในเกือบทุกดินฟ้าอากาศ เจริญเติบโตตลอด ทุกฤดูกาล
ท่านขุนพันธ์ไปไหน ท่านก็จะนำไปปลูกที่นั่น ประโยชน์ของกระพังโหม มีสารพัด คนไทยใช้รับประทานเป็นผักสด จิ้มน้ำพริก หรือไตปลา คนอินเดีย ใช้ผสมลงในน้ำแกง น้ำซุป ใช้เป็นอาหารของคนชรา คนพักฟื้น ชาวปักใต้ ชอบกิน กับข้าวยำ
สรรพคุณทางยา เป็นยา อายุวัฒนะ ใช้ป้องกันรักษา โรคสารพัดอย่าง แก้ไตพิการ ท้องเสีย ตัวร้อน เป็นไข้ นอกจากนี้ยังเป็นยาแก้พิษงู ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้โรค ตามืด ตามัว ตาฟาง และตานขโมย ท่านขุนพันธ์ ได้รับรองสรรพคุณของ กระพังโหม ว่าได้ผลล้านเปอร์เซ็นต์ ในการใช้เป็นยาอายุวัฒนะ และไม่มีผลข้างเคียงด้วย โดยขุนพันธ์จะรับประทานกระพังโหม วันละ ๗ ใบ โดยมีเคล็ดลับ ในการรับประทานดังนี้
๑. ควรปลูกเอง
๒. ต้องเก็บกระพังโหม ตามฤกษ์ยามที่ดี (ให้ถูกตามตำราว่าน)
๓. เวลาเก็บ ต้องว่าคาถา ตามกำลังวันที่เก็บ เช่นเก็บวันพฤหัส เก็บเป็นกำลัง ๑๙ เป็นต้น
๔. เวลาเก็บ ต้องหันหน้าไปตามทิศมงคล ของวันนั้นๆ
๕. ขออนุญาตจากเทพเทวดา และพระแม่ธรณีเสียก่อน
ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook สะติมา สุขะเมทะติ
