มารไม่มี บารมีไม่เกิด !!! ครั้งเมื่อ "พระอาจารย์สุเมโธ" ถูกพระเจ้าถิ่น "ใส่ร้ายป้ายสีอย่างรุนแรง" เพียงเพราะ เป็นพระฝรั่ง !!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา ทางเพจสาธารณะ สาขาวัดหนองป่าพง ได้โพสต์เรื่องราวครั้งอดีตของ พระอาจารย์สุเมโธ ที่ถูกใส่ร้ายขณะที่มาจำวัดที่ประเทศไทย ซึ่งได้นำมาจาก หนังสือ ธรรมปรากฏ พระสุเมธาจารย์ ในหน้าที่ 170-171 โดยมีเนื้อหาใจความดังต่อไปนี้...

มารไม่มี บารมีไม่เกิด !!! ครั้งเมื่อ "พระอาจารย์สุเมโธ" ถูกพระเจ้าถิ่น "ใส่ร้ายป้ายสีอย่างรุนแรง" เพียงเพราะ เป็นพระฝรั่ง !!!

หลังจากที่พระอาจารย์สุเมโธและคณะสงฆ์ต่างชาติจากวัดหนองป่าพงได้เข้าไปอยู่ที่ป่าช้าบ้านบุ่งหวายจนกลายมาเป็นวัดป่านานาชาติในที่สุดนั้น ญาติโยมก็มีศรัทธาเข้าไปทำบุญ และถือศีลปฏิบัติธรรมที่วัดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายคนก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น ละประเพณีความเชื่อบางอย่างที่งมงาย เช่น การนับถือผี อีกทั้งพวกเขายังเรียนรู้ถึงเรื่องวินัยสงฆ์มากขึ้น เช่น พระไม่ควรรับเงินทอง หรือพระไม่ควรฉันเนื้อที่ไม่ปรุงสุก เช่น ลาบดิบ เป็นต้น

ยิ่งได้เห็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ชาวบ้านก็ยิ่งเพิ่มพูนความศรัทธา แต่ในทางกลับกัน ก็ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่พระเจ้าถิ่นบางรูป ซึ่งทึกทักเอาว่าพระวัดป่าเป็นคู่แข่งที่จะมาแย่งเอกลาภจากญาติโยม

ท่านสุเมโธเล่าว่า “เวลาพระวัดป่านานาชาติเดินมาบิณฑบาตที่หมู่บ้านในละแวกนั้น โยมหลายคนก็จะออกมาใส่บาตร แล้วก็ชาวบ้านทุ่งบอนเวลาใส่บาตร ชาวบ้านจะนั่งลงแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์ด้วยความอ่อนน้อมเลื่อมใส เวลาพระเดินผ่านเขาก็จะนั่งลงประนมมือ

มีพระครูองค์หนึ่งซึ่งเป็นพระเจ้าถิ่นที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง ท่านเกิดความรู้สึกว่าชาวบ้านไม่แสดงความเคารพท่านเท่ากับพระฝรั่งกลุ่มนี้ ทำให้ท่านก็น้อยใจกลัวเอกลาภจะเสื่อม สั่งญาติโยมว่า ถ้าใส่บาตรพระพวกนี้จะไม่ให้นำศพของญาติมาเผาผีที่วัดของท่าน และก็พูดด่านินทาพระต่างชาติอย่างรุนแรงขึ้นทุกวันๆ จนกระทั่งวันหนึ่งจิตแตกควบคุมตนเองไม่อยู่ เขียนจดหมายสนเท่ห์แล้วนำไปวางไว้ตามที่สาธารณะในหมู่บ้านต่างๆ ในละแวกนั้น หมู่บ้านบุ่งหวายด้วย เขียนถึงสิ่งที่ไม่น่าอ่านเลย มีการใช้คำหยาบคาย ลามก ใส่ร้ายป้ายสี ดูถูก ชาวบ้านบุ่งหวายอย่างร้ายแรง เขียนว่าพวกพระฝรั่งเป็นกองกำลังคอมมิวนิสต์ มีอาวุธสงคราม และมาทำลายศาสนา เขียนขนาดที่ว่าพวกพระฝรั่งจะมาทำลายผู้หญิงในหมู่บ้าน ”

ชาวบ้านแตกตื่นและไม่พอใจมากเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนจดหมายสนเท่ห์แบบนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ฉบับเดียว ชาวบ้านยังพบเห็นอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งมีวันหนึ่งก็มีพยานเห็นว่าเป็นท่านพระครูเองที่นำจดหมายไปวางตามที่ต่างๆ ทำให้ชาวบ้านบุ่งหวายและผู้ใหญ่บ้านที่กำลังไม่พอใจอยู่นั้นพากันยกพวกไปจับพระครูมาดื่มน้ำสาบาน เพื่อสอบสวนหาความจริงให้ได้

“สุดท้ายพระครูก็จนด้วยพยานและหลักฐานยอมรับว่าเป็นผู้เขียน ชาวบุ่งหวายจึงไปนิมนต์หลวงพ่อชา และติดต่อกับเจ้าคณะอำเภอมาประชุมกันที่วัดบ้านบุ่งหวาย เราก็อยู่ในที่ประชุมด้วยและเป็นผู้อ่านจดหมายที่พระครูเขียนทั้งหมด ๙ ฉบับ ให้ทุกคนฟัง ทำให้พระครูอับอายอย่างมาก”

พระฝ่ายปกครองบางรูปต้องการให้มีบทลงโทษอย่างหนัก และเสนอให้ถอดสมณศักดิ์ของพระครู บางรูปต้องการขับไล่ให้ท่านลาสิกขาบท ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านบางรายที่โกรธเกรี้ยวยังส่งเสียงด่าว่าจนสถานการณ์ชักบานปลาย เริ่มมีการใช้ความรุนแรงต่อกัน

มารไม่มี บารมีไม่เกิด !!! ครั้งเมื่อ "พระอาจารย์สุเมโธ" ถูกพระเจ้าถิ่น "ใส่ร้ายป้ายสีอย่างรุนแรง" เพียงเพราะ เป็นพระฝรั่ง !!!

หลวงพ่อชาได้ใช้ไหวพริบปฏิภาณแก้อธิกรณ์ร้ายแรงนี้โดยพูดขึ้นกลางที่ประชุมว่า

“การมาประชุมกันอย่างนี้ก็เป็นการประจานและลงโทษท่านพระครูมากเพียงพอแล้ว 
พระที่วัดป่านานาชาติก็ไม่หวั่นไหวกับเรื่องนินทาตามโลกธรรมนี้

ขอให้ทุกฝ่ายไม่เป็นศัตรู ไม่สร้างกรรมสร้างเวรกันเลย พระครูท่านเองก็สัญญาว่า ไม่ทำอย่างนี้ต่อไปอีกแล้ว”

พร้อมทั้งหันไปหาพระครู แล้วเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลว่า

“ใช่ไหม ท่านพระครู จะไม่ทำอีกแล้วใช่ไหม”

พระครูก็ก้มหน้าพร้อมรีบรับคำหลวงพ่อชาว่า “ครับ ใช่ครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว”

ทำให้อธิกรณ์นี้สงบลง ชาวบ้านบางกลุ่มที่ทำท่าจะต่อยตีกันก็เลิกรากันไปในที่สุด

“หลวงพ่อชาท่านใช้เหตุการณ์ครั้งนี้สอนลูกศิษย์ให้รู้จักการใช้สติปัญญาในการระงับอธิกรณ์ด้วยความดีงาม เพื่อสันติสุขในสังคม ท่านสามารถแก้เหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างสวยงาม ไม่ให้มีการ

มารไม่มี บารมีไม่เกิด !!! ครั้งเมื่อ "พระอาจารย์สุเมโธ" ถูกพระเจ้าถิ่น "ใส่ร้ายป้ายสีอย่างรุนแรง" เพียงเพราะ เป็นพระฝรั่ง !!!

เรื่อง : หนังสือ ธรรมปรากฏ -พระสุเมธาจารย์ หน้าที่ 170-171