ของอร่อยที่หากินไม่ได้อีกแล้ว!! เปิดสำรับโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่รู้จัก "ข้าวเหนียวหัวหงอก น้ำแกงเหงาหงอด" ความสมถะของชาวสยาม ที่ฝรั่งต้องจารึก

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

            หลายคนทราบกันดีว่า ในประเทศของเราตั้งแต่สมัยก่อนมานี้เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณ อาหาร เป็นเมืองที่เจริญไปด้วยอาหารมากมาย จนมาถึงในสมัยนี้ เรียกว่าเป็นเมืองแห่งอาหาร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว สุภาษิตนี้ยังใช้ได้มาถึงทุกวันนี้ แต่หลายคนเคยคิดสงสัยหรือไม่ ว่า ในสมัยก่อนนั้น ชาวสยามเรากินอะไรเป็นอาหาร หากย้อนไปในสมัยอยุธยา จากบันทึกเรื่องเมืองสยามของลาลูแบร์ได้บันทึกอาหารการกินของชาวอยุธยาไว้ดังนี้

 

ของอร่อยที่หากินไม่ได้อีกแล้ว!! เปิดสำรับโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่รู้จัก "ข้าวเหนียวหัวหงอก น้ำแกงเหงาหงอด" ความสมถะของชาวสยาม ที่ฝรั่งต้องจารึก

 

             จากบันทึกของ "มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์" อัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เขียนว่า "ไม่มีชนใดที่จะสมถะเท่าชนชาวสยาม ชาวบ้านดื่มกันแต่น้ำเปล่า และอยู่กันอย่างมีความสุขด้วยอาหารการกินง่าย ๆ เพียงข้าวเปล่ากับปลาแห้ง หรือปลาเค็มตัวเล็ก ๆ อาจมีเครื่องจิ้มบ้าง ปลานั้นชุกชุมเหลือเกินจับชั่วโมงหนึ่งนำไปกินได้หลายวัน"

 

 

            อาหารเช้าคนอยุธยาสมัยก่อนส่วนหนึ่งเน้นปรุงง่าย และใช้การหุงข้าวสารที่เหนียวคล้ายข้าวเหนียว แต่ไม่ใช่ข้าวเหนียว เป็นข้าวพื้นเมืองคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันใน พม่า กัมพูชา หรือเวียดนามยังมีการปลูกอยู่ เม็ดข้าวจะอวบ เม็ดยาว ซึ่งคำว่า “จก” หรือ “เปิบ” มาจากการทานข้าวประเภทนี้

 

            คนกรุงศรีอยุธยามีบริบทหนึ่งที่ว่า เวลากินต้องกินหลังพระ ตอนเช้าตื่นมาหัวหน้าครอบครัวไปหาปลา ขณะที่ภรรยามีหน้าที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมทางบก โดยจำนวนวัดที่มากในอยุธยาทำให้สันนิษ ฐานได้ว่า คนอยุธยาเป็นคนชอบทำบุญ เช้าตื่นมาหุงข้าว อาหารมื้อแรกต้องนำไปถวายพระที่วัดก่อน แล้วถึงจะกลับบ้านมากินข้าว โดยวิถีชีวิตเหล่านี้ยังมีตกทอดมาถึงปัจจุบันในอยุธยา แต่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ความที่ต้องทำอาหารถวายพระทุกเช้า ทำให้คนกรุงศรีอยุธยาหลายครอบครัวได้ทานอาหารเช้าที่สดใหม่ ด้วยแนวคิดว่า วัตถุดิบในการปรุงอาหารที่ดีที่สุดมื้อนั้นต้องนำไปถวายพระก่อน แต่ถ้าพูดถึงชาวต่างประเทศที่เข้ามาช่วงนั้น มีวิถีการกินอาหารเช้าที่แตกต่าง เนื่องจากเขาไม่ได้นับถือพุทธศาสนา แต่มีการดื่มชา กาแฟตอนเช้ากับขนมปัง ซึ่งมีการพบหลักฐานในเครื่องใช้ที่สามารถนำมาดัดแปลงทำขนมปัง ตลอดจนพบภาชนะที่สามารถใส่สิ่งเหล่านี้ได้ที่หมู่บ้านโปรตุเกส

 

ของอร่อยที่หากินไม่ได้อีกแล้ว!! เปิดสำรับโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่รู้จัก "ข้าวเหนียวหัวหงอก น้ำแกงเหงาหงอด" ความสมถะของชาวสยาม ที่ฝรั่งต้องจารึก

 

           คนจีนในกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เคร่งครัดพุทธศาสนา ยามเช้าจะดื่มน้ำชา โดยเฉพาะอาหารประเภทซุปหรือต้มจืด ไม่เน้นอาหารรสจัด อาหารเช้าส่วนใหญ่เป็นไปตามเชื้อชาติยังถือว่าไม่กลมกลืน จากการสันนิษ ฐานคนอยุธยามีการทานชา กาแฟ และขนมปังแล้ว แต่เป็นคนที่อยู่ในชนชั้นราชวงศ์หรือเศรษฐี เนื่อง จากกลุ่มคนพวกนี้มีกำลังทรัพย์พอไปซื้อหาสินค้าเหล่านี้

 

           จากคำให้การ ขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม ระบุถึงตลาดทั่วอยุธยาที่เรียกว่า "ป่า" ซึ่งมีผลต่อการทานอาหารเช้า โดยมีการระบุถึงตลาดทั่วพระนครในแต่ละย่าน มีการขายอาหารหลากหลายทั้งของสด ของคาว ของแห้ง และมีตลาดจำนวนมากที่แทรกอยู่ตามวัด โดยตลาดมีทั้งตอนเช้า กลางวัน และเย็น ถือเป็นแหล่งการค้าสำคัญที่คนนอกเมืองต้องเข้ามาซื้อหาสิ่งของ

"กลุ่มมุสลิมเปอร์เซียน สันนิษฐานว่าเป็นชนชาติแรกที่นำอาหารประเภทกะทิเข้ามาในอยุธยา ซึ่งกะทิพอใส่เข้าไปในอาหารแล้วจะเป็นแกง อาหารที่คนกลุ่มนี้ทาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวแกง มัสมั่นต่าง ๆ ถ้ามองมาถึงอาหารที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันอย่างข้าวยังมีการทานอยู่ แต่การปรุงมีการแปรรูปมากขึ้น โดยการทำให้กินง่ายและรวดเร็ว"

 

ของอร่อยที่หากินไม่ได้อีกแล้ว!! เปิดสำรับโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่รู้จัก "ข้าวเหนียวหัวหงอก น้ำแกงเหงาหงอด" ความสมถะของชาวสยาม ที่ฝรั่งต้องจารึก

 

           อาหารเช้าที่คนกรุงศรีอยุธยานิยมทานคือ "ข้าวเหนียวหัวหงอก" เป็นข้าวเหนียวคล้ายข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง แต่มีการโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด เมนูนี้พอไปถามคนพม่าจะบอกว่าคนโบราณกินกันมานาน พอไปดูที่เวียดนาม กัมพูชา ก็นิยมเหมือนกัน เราเลยสันนิษฐานว่า คนกรุงศรีอยุธยาสมัยก่อนเคยทานอาหารชนิดนี้ โดยเมนูนี้นิยมเพราะทำง่าย พอกินไปจะอยู่ท้อง รวมถึงมีความเค็มกับหวานอยู่ในตัว ในอยุธยาปัจจุบันอาหารชนิดนี้แทบไม่มีเหลือแล้ว ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านยังรักษาการกินอยู่

 

 

 

 

ของอร่อยที่หากินไม่ได้อีกแล้ว!! เปิดสำรับโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่รู้จัก "ข้าวเหนียวหัวหงอก น้ำแกงเหงาหงอด" ความสมถะของชาวสยาม ที่ฝรั่งต้องจารึก

(แกงเหงาหงอด)

 

           อาหารเช้าของราชวงศ์ในอยุธยามีความหลากหลายกว่าชาวบ้านทั่วไป เช่น น้ำแกงเหงาหงอด ที่ชาวโปรตุเกส นิยมทาน ซึ่งถ้ามีฐานะดีจะกินอาหารเช้าต่างจากชาวบ้านปกติ อย่างชาวบ้านหาข้าวกับปลามาปิ้งย่างก็กินได้ แต่คนมีเงินจะกินอาหารที่มีเครื่องเทศ เช่น น้ำพริกกะปิ แกงกะทิที่ใส่หัวหอม มีหลักฐานการใช้ผักหวานนำมาประกอบอาหาร ผิดจากชาวบ้านที่วันไหนไม่มีเวลาทำอาหารก็อาศัยขุดเผือกหามันกิน

 

ของอร่อยที่หากินไม่ได้อีกแล้ว!! เปิดสำรับโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่รู้จัก "ข้าวเหนียวหัวหงอก น้ำแกงเหงาหงอด" ความสมถะของชาวสยาม ที่ฝรั่งต้องจารึก

 

"คนกรุงศรีอยุธยาอาหารเช้ากับกลางวันเป็นมื้อหนักที่สุด ถือเป็นการกินที่ไม่ยึดถือตามเวลาแบบตะวันตก แต่ยึดถือการถวายข้าวพระ ขณะเดียวกันอาหารที่นำไปถวายพระเหมือนการแสดงถึงฐานะทางสังคม เช่นเดียวกับบันทึกที่ระบุว่า คนอยุธยาจะไม่นิยมฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำให้คนจีนที่เข้ามาต้องเปิดโรงฆ่าสัตว์ ขนมของหวานที่ใช้ทานตอนเช้าของคนอยุธยาไม่น่าจะมี แต่มีเป็นผลไม้แทน"

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ คนอยุธยาร่วมศึกษาประวัติศาสตร์ไทย

ขอบคุณภาพจาก : ละคร บุพเพสันนิวาส ช่อง 3