- 09 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เรื่องราวลี้ลับ รวมไปถึงความเชื่อและไสยศาสตร์ หรือแม้แต่การบูชาเทพเจ้า นับว่าเป็นความเรื่องที่อยู่คู่สังคมไทยมาเป็นเวลาช้านาน และเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ควรก้าวก่าย เพราะสิ่งเหล่านี้หากไม่เผชิญด้วยตัวเองหรือไม่เชื่อ เราก็ไม่ควรเข้าไปลบหลู่ เพราะหลายคนอาจจะประสบพบเจอกับความลี้ลับหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องราวปาฏิหาริย์ของสิ่งเหนือธรรมชาติได้
ไม่เว้นแต่แต่เหล่าดาราหรือคนในวงการบันเทิงที่ก็มีการสัมผัสถึงสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ไม่ว่าหรือจะเป้นช่วงเวลาที่ออกกอง หรือแม้หระทั่งความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคนที่ประสบพบเจอกับเรื่องราวลี้ลับอยู่หลายท่าน หลายคนเมื่อประสบพบเจอแล้วเกิดความศรัทธา ทำให้ชีวิตประสบผลสำเร็จ เจริญในหน้าที่การงาน และมีชื่อเสียงโด่งดังมานักต่อนักแล้ว
1. ปราบ-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง สัมผัสกับดวงพระวิญญาณขององค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
เรียกว่า ดังชั่วข้ามคืนเลยก็ว่าได้สำหรับนักแสดงเจ้าบทบาท ปราบ-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง ที่รับบทเป้น ขุนหลวงนารายณ์ ในละครบุพเพสันนิวาส ซึ่งเป็นฉากปะทะอารมณ์กับ พระเพทราชา ที่รับบทโดย บิ๊ก ศรุต นับได้ว่ากระชากหัวใจเหล่าออเจ้าทั่วทั้งพระนคร โดยในการรับบทของ ขุนหลวงนารายณ์ ในละครเรื่องนี้ ปราบ ได้เล่าว่า วันที่มีการที่การถ่ายทำละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ตั้งแต่วันแรก เมื่อเขาได้แต่งหน้า ทำผม เรียบร้อยแล้ว เขาได้นำฉลองพระองค์ที่จะใช้ใส่เข้าฉาก ไปกลางแจ้งและจุดธูป 9 ดอก และได้กล่าวขอพระราชทานอนุญาตจาก สมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า จะขรับบทเป็นพระองค์ท่าน หากพระองค์พระราชทานอนุญาตขอให้ผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างไปได้ด้วยดีและราบรื่น และถ้าพระองค์คิดว่าต่อไปจะมีคนศึกษาพระราชประวัติของพระองค์ท่านจากละครเรื่องนี้ ถ้าพระองค์อยากให้เข้าใจว่าพระองค์เป็นแบบไหน ขอให้เล่าผ่านตัวผมได้เลย เมื่อจุดธุปกลางแจ้งแล้ว ตอนนั้นแดดแรงมาก และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น นั่นก็คือ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดเป็นเงาพื้นดำรอบตัวผม พอไว้เสร็จแดดก็ออกเหมือนปกติ
นับว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็ทำให้ปราบได้สัมผัสกับพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาและเป็นเรื่องราวสุดลี้ลับที่เกิดขึ้นกลางกองที่ทำให้ปราบรู้สึกขนลุก หลังจากที่ละครเรื่องนี้ได้ออกอากาศก็ทำให้ ปราบ ปราบ-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง เป็นที่รู้จักมากขึ้น กับบทบาท ขุนหลวงนารายณ์ จากละครบุพเพสันนิวาสนั่นเอง
2. บิ๊ก ศรุต วิจิตรานนท์ มีวันนี้ โด่งดังได้ก็เพราะ พระเพทราชา
หลังจากถ่ายละครเรื่องบุพเพสันนิวาสจบลง "บิ๊ก ศรุต วิจิตรานนท์" นักแสดงในบท "พระเพทราชา" จากละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" หลังจากที่ถ่ายเสร็จมีการค้นพระราชประวัติของพระองค์ท่าน เพราะอยากไปกราบพระองค์ท่าน แต่ก็พบว่า พระองค์ท่านไม่มีอนุสาวรีย์ พบแต่เพียงว่า ที่วัดกุฎีทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีเสลี่ยงของพระองค์เก็บรักษาอยู่ที่นั่น จึงเดินทางไปกราบสักการะ ทั้งนี้ บิ๊ก ศรุตก็เปิดเผยว่า จะจำไปตลอดว่า ชีวิตในวันนี้ มีวันนี้ โด่งดังได้ก็เพราะท่าน "สมเด็จพระเพทราชา"
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังชั่วข้ามคืน จากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส บิ๊ก ศรุต ที่รับบทเป็น พระเพทราชา ซึ่งก็โด่งดังจากฉากที่ปะทะอารมณ์กับ ปราบ ซึ่งรับบทเป็น ขุนหลวงนารายณ์ เขาได้เปิดใจว่า หลังจากที่ได้ถ่ายละครเรื่องบุพเพสันนิวาสเสร็จ ก็ได้ค้นคว้าถึงพระราชประวัติของ สมเด็จพระเพทราชา เพราะใจนึกถึงพระองค์ท่านเลยอยากไปกราบสักการะพระองค์ท่าน แต่ทว่า พระเพทราชา เป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่มีอนุสาวรีย์ บิ๊ก จึงเดินทางไปกราบเสลี่ยงของพระองค์ท่านที่ กุฎีทอง ซึ่งเป้นเสลี่ยงองค์จริงขอองพระองค์ท่านที่ได้มอบให้กับทางวัด เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดแห่งนี้
3. พีท ทองเจือ ทายาทแม่นาค พระโขนง
พีท ทองเจือ เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้เปิดเผยว่าตนเองเป็นทายาทของแม่นาค ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ลายกนก" โดยคุณพีทได้ยกภาพคุณย่านาคขึ้นในขณะถ่ายทำพร้อมให้สัมภาษณ์ว่าภาพนี้พระอาจารย์ศิริพงศ์ เป็นผู้วาดไว้ซึ่งเชื่อว่านี่คือภาพจริงของคุณย่านาค เพราะภาพนี้เหมือนย่านาคมากที่สุด
4. ก้อง ห้วยไร่ ฝันถึง พญานาคที่ป่าคำชะโนด
นักร้องชื่อดัง “ก้อง ห้วยไร่” เคยพูดถึงความอาถรรพ์ไว้ว่า หลังจากนั้นไม่นานคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานเพลงและสไตล์การร้อง จึงออกจากทีมมาโดดเดี่ยวเดียวดายได้พักหนึ่งจนเข้าสังกัดค่าย มีแฮงเร็คคอร์ด และได้นำเพลงที่เคยแต่งไว้สมัยอกหักสมัยยังวัยรุ่นจากชีวิตจริงที่เคยมีแฟนแล้วแฟนอยู่สถานเสริมความงามต้องเดินสายบ่อยๆ จนไปมีแฟนใหม่ แล้วมาบอกให้รู้จึงเป็นที่มาของเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” มาร้องเองและไม่คิดว่าเพลงจะไปได้ไกล จากการบอกเล่าของก้องกับ ดีเจ.หญิงหนุ่ย FM 95 ว่า
“คืนหนึ่งนอนฝันไปว่ามี ผู้หญิงแต่งกายชุดขาวมาบอกว่า เธอคือพญานาคอยู่ที่ป่าคำชะโนด ถ้าอยากดังให้ไปร้องเพลงนี้ให้ฟัง แล้วจะดังจะมีเงินล้านใน 1 เดือน และหมดหนี้หมดสิน หลังจากตื่นนอนก็คิดว่าน่าจะลองทำดู ก็เลยแบกกีตาร์ไปร้องเพลงที่คำชะโนดตามคำบอกของพญานาคองค์นั้น แทบไม่น่าเชื่อว่าในระหว่างร้องเพลงอยู่นั้นได้มีกลุ่มคนจ้องมองเป็นสายตาเดียวกัน คงมองด้วยสายตาแปลกๆ คนบ้าอะไรมานั่งเล่นกีตาร์ร้องเพลงอะไรก็ไม่รู้
หลังจากกลับมาได้ไม่กี่วันเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” มีคนกดไลด์เป็นหมื่นๆ และมียอดไลด์ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนแตะระดับ 70 กว่าล้านวิว จนงานเพลงได้รับความนิยมติดชาร์ตอันดับหนึ่งในหลายสถานีวิทยุ มีงานโชว์เข้ามาคิวเต็มทั้ง 7 วัน ในระยะเวลาเพียง 20 กว่าวัน ก้อง ห้วยไร่ มีเงินล้านจริงๆ และได้เอาเงินไปไถ่หนี้ให้แม่ สร้างบ้าน และซื้อสิ่งของจำเป็นจนถึงปัจจุบันหมดหนี้สิน เพลงก็ยังติดหูและดังไปไกลในทุกๆ จังหวัด ลูกเด็กเล็กแดง วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ร้องได้กันเกือบทุกคน
นอกจากนี้สำหรับเพลง คู่คอง เพลงประกอบละคร เจ้าแม่นาคี ของทางช่อง 3 ก้อง ห้วยไร่ ได้เล่าถึงความอาถรรพ์ของคำชะโนดแห่งนี้ว่า หลังจากตกลงรับงานก็ได้เรื่องย่อกลับมาบ้าน แต่ตนก็ยังไม่ได้อ่านบทหรือเรื่องย่อ เพราะถึงบ้านแล้วรู้สึกเหนื่อยก็นอนก่อน จนประมาณตี 1 ตี 2 ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากเจอปู่ศรีสุทโธนาคราชมาทวงถามว่า ไปรับอะไรเขามา ไปทำให้มันเสร็จ ตนจึงรีบลุกขึ้นมาเขียนเพลงตอนตี 2 และไปเสร็จอีกทีประมาณตี 5 ใช้เวลาราว ๆ 3 ชั่วโมง พอเสร็จแล้วก็ส่งให้ทางพี่อ๊อฟฟังและไปอัดร้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวความเชื่อส่วนบุคคลจริงๆ
5. เอ พศิน นิมิตเห็น พ่อปู่ศรีสุทโธนาคาธิบดี
อีกบุคคลที่มีความเชื่อ และความศรัทธาเกี่ยวกับ พญานาค เอามากๆ สำหรับดาวร้ายหน้าหล่ออย่าง เอ พศิน เรืองวุฒิ หลังก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับตนเอง เพราะมีคนมาร้องขอให้วาดภาพพญานาค ให้ เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วย หลังวาดเสร็จอาการป่วยก็หายไปในทันที ล่าสุด เอ พศิน อธิษฐานจิต ขอนิมิตรเห็นใบหน้าจริงของเจ้าปู่ศรีสุทโธนาคาธิบดี ในสมาธิ ในความฝัน หรือ ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม
เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นพระพักต์และแววตาท่านเวลาอธิษฐานจิต ก่อนสวดมนต์ ทำสมาธิ หลังจากนั้นดวงตาข้างซ้ายของเขาก็มีเส้นเลือดหลอมรวมเป็นรูปร่างแปลกๆ โดยไร้สาเหตุ ไม่มีอาการบาดเจ็บ แต่ยังมองเห็นได้ตามปกติ หลังได้เขียนภาพพระพักต์เจ้าปู่ศรีสุทโธนาคาธิบดี แล้วเสร็จ ดวงตาก็หายเป็นปกติอย่างน่าประหลาดใจ
