- 03 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่และได้ดำรงตำแหน่งเป็นถึงกรรมการมหาเถรสมาคม ได้เข้ามาพัวพันกับเรื่องเงินทอนวัด ประกอบด้วย พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา
จากเมื่อวานนี้ (2 มิถุนายน 2561) มีการรายงานว่า "สีกาคนหนึ่ง" ได้เปิดปากรับสารภาพแล้ว ว่าได้ใช้รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น Alphard สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมาด้วยกัน 3 คน มีอดีตพระพรหมเมธี คนขับรถและตน มุ่งหน้าไปยังภาคเหนือของไทย ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางลงมาที่จังหวัดนครพนม และได้พาพระพรหมเมธีไปพบกับนางจัน หญิงชาวลาว
โดยอ้างกับนางจันว่าอดีตพระพรหมเมธี อยากเดินทางไปเที่ยวที่เมืองเชียงขวาง อยู่ทางภาคเหนือของลาว นางจันพาซื่อจึงหาที่พักให้ ซึ่งทั้งหมดได้หนีข้ามไปยังฝั่งลาวตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาต่อมา สีกา จ. บอกกับนางจันว่าเป็นห่วงรถตู้ที่จอดตากแดดตากฝนทางฝั่งไทย ให้ใครก็ได้ไปขับไปจอดเก็บให้ด้วย นางจันอาสาให้ลูกชายข้ามแม่น้ำโขงมาขับรถคันดังกล่าวไปจอดที่ข้างโรงครัววัดป่าสุคนธรักษ์ กระทั่งทราบข่าวทางโทรทัศน์ว่าอดีตพระพรหมเมธีหนีหมายจับจากประเทศไทย
ล่าสุดวันนี้ (3 มิถุนายน 2561) มีการเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการรวบตัว อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีเงินทอนวัด ซึ่งขณะนี้ได้ทำการจับกุมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพบว่าอดีตพระพรหมเมธีได้เดินทางออกจาก สปป.ลาว และได้ลงเครื่องที่ประเทศเวียดนาม และต่อเครื่องไปยังกรุงโดฮา ประเทษกาตาร์ พักค้างคืน 1 คืนที่กรุงโดฮาและนั่งเครื่องมาลงที่แฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เมื่อเวลาประมาณ 07.10 ตามเวลาท้องถิ่น
และมีการเปิดเผยว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำลังเดินทางไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟสบุ๊ค พร้อมพันธ์ กุลภา
