ไขปริศนา "ดวงตาพญานาคา"  มหัศจรรย์ธรรมชาติ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ฮือฮาทั่วโซเชียล! ไขปริศนาปรากฏการณ์ "ดวงตาพญานาคา" บริเวณถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา จ.บึงกาฬ หลังพบภาพเงาสะท้อนน้ำบนลานหินคล้ายดวงตายักษ์

ไขปริศนา "ดวงตาพญานาคา" ถ้ำนาคา ภูลังกา ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

กลายเป็นกระแสฮือฮาและจุดเช็กอินใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับ "ดวงตาพญานาคา" บริเวณถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ หลังมีการเผยแพร่ภาพแอ่งน้ำบนลานหินทรายที่สะท้อนแสงอาทิตย์ จนมองเห็นเป็นรูปทรงคล้าย "ดวงตาขนาดใหญ่" เปล่งประกาย ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและสายมูให้เดินทางมาพิสูจน์ความงดงามด้วยตาตัวเอง

  ไขปริศนา "ดวงตาพญานาคา"  มหัศจรรย์ธรรมชาติ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดวงตาพญานาคา เกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์หรือไม่ แต่ในทางธรณีวิทยา "ดวงตาพญานาคา" คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า "กุมภลักษณ์" (Pothole) ซึ่งเกิดจากการที่กระแสน้ำและน้ำฝนพัดพาเอาเศษหิน ทรายและกรวด มาหมุนวนกัดเซาะพื้นลานหินทรายอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนเกิดเป็นหลุมหรือแอ่งลึกขนาดใหญ่บนลานหิน

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม) น้ำฝนจะขังอยู่เต็มแอ่งกุมภลักษณ์ และเมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบผิวน้ำในมุมที่เหมาะสม ประกอบกับโครงสร้างของหินรอบๆ จะเกิดเป็นเงาสะท้อนที่เมื่อมองจากบางมุม จะดูคล้ายกับดวงตาขนาดใหญ่กำลังจ้องมองขึ้นมาจากใต้พื้นดิน จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ "ดวงตาพญานาคา"

  ไขปริศนา "ดวงตาพญานาคา"  มหัศจรรย์ธรรมชาติ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับชม

การจะมองเห็น "ดวงตาพญานาคา" ได้ชัดเจนที่สุด ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางธรรมชาติหลายประการ:

-   ฤดูกาล: ช่วงฤดูฝน (พ.ค. - ต.ค.) จะมีปริมาณน้ำขังเต็มแอ่ง

-   แสงแดดและสภาพอากาศ: ทิศทางของแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลาของวันจะทำให้ภาพสะท้อนเปลี่ยนแปลงไป

-   มุมมอง: การมองเห็นรูปดวงตาจะชัดเจนที่สุดเมื่อยืนมองจากบางมุมเฉพาะเท่านั้น

  ไขปริศนา "ดวงตาพญานาคา"  มหัศจรรย์ธรรมชาติ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ข้อควรระวังในการท่องเที่ยวถ้ำนาคา

แม้จะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามและแปลกตา แต่อุทยานแห่งชาติภูลังกาได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม:

1. ห้ามลงเล่นน้ำในแอ่ง: เนื่องจากแอ่งกุมภลักษณ์มีความลึกประมาณ 1.5 - 2 เมตร และพื้นหินมีความลื่นสูง โดยเฉพาะในฤดูฝน อาจเกิดอันตรายจากการตกหลุมได้

2. ห้ามขีดเขียนหรือสัมผัสหิน: ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติโดยไม่ขีดเขียน สัมผัส หรือทำลายพื้นผิวหินทรายโดยรอบ

3. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่: เพื่อความปลอดภัยในการเดินทอดก้าวบนลานหิน

ปรากฏการณ์ "ดวงตาพญานาคา" จึงถือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นที่ผสานรวมความเชื่อเรื่องพญานาค ความสวยงาม Unseen ของไทย และกระบวนการผุพังกัดเซาะทางธรณีวิทยาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

  ไขปริศนา "ดวงตาพญานาคา"  มหัศจรรย์ธรรมชาติ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

แหล่งที่มาอ้างอิง 

ข้อมูลและรูปภาพ: อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ - พะเยา (Phu Langka National Park)

ข้อมูลทางวิชาการ: กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เรื่อง: การเกิดกุมภลักษณ์และกระบวนการกัดเซาะหินทราย)