- 20 ม.ค. 2569
ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้แค่ทำให้แสบตา แต่กำลังส่งสัญญาณเตือนผ่านร่างกาย หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ อาจไม่ใช่อาการเล็กน้อยอย่างที่คิด แพทย์เตือนอย่ามองข้าม
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ฝุ่นชนิดนี้มีชื่อเต็มว่า Particulate Matter with diameter of less than 2.5 micron เป็นฝุ่นขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์หลายสิบเท่า และถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดมาตรฐานคุณภาพอากาศ
ความอันตรายของ PM2.5 คือสามารถเล็ดลอดผ่านการกรองของขนจมูก เข้าสู่ถุงลมปอด และสะสมในร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงในทันที แต่หากได้รับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็ง
นอกจากนี้ ฝุ่น PM2.5 ยังสามารถทำหน้าที่เป็น พาหะนำสารพิษ เช่น โลหะหนัก หรือสารก่อมะเร็ง เข้าสู่ปอด ด้วยการที่สารเหล่านั้นมาเกาะอยู่บนผิวของฝุ่น
4 อาการที่บ่งชี้ว่าอาจแพ้ฝุ่น PM2.5
แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการต่อไปนี้ ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ควรเฝ้าระวังและปรึกษาแพทย์
1. ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
มีอาการหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หรือหอบมากกว่าปกติ
2. ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น
มีน้ำมูก ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะ คล้ายเป็นหวัดแต่ไม่หายสักที
3. ลำคอ
รู้สึกคันคอ ระคายคอ แสบคอ หรือเสียงแหบโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
4. ผิวหนัง
เกิดอาการคันตามตัว ผื่นแดง หรือลมพิษขึ้นกระจาย โดยเฉพาะในช่วงค่าฝุ่นสูง
คำแนะนำเพื่อป้องกัน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นมาตรฐาน ดื่มน้ำมากๆ และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต
แหล่งที่มาอ้างอิง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ






