- 23 ม.ค. 2569
แพทย์เตือนพฤติกรรม “เติมน้ำใส่สบู่หรือแชมพูที่ใกล้หมด” อาจเปิดทางให้แบคทีเรียเติบโตแบบก้าวกระโดด เสี่ยงผิวอักเสบ ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
หลายครัวเรือนยังคงมีพฤติกรรมเติมน้ำลงในสบู่หรือแชมพูที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แล้วเขย่าใช้ต่อ ด้วยความคิดว่าช่วยประหยัดและไม่สิ้นเปลือง แต่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพผิวออกมาเตือนว่า วิธีดังกล่าวอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับผิวหนังโดยไม่รู้ตัว
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า สบู่และแชมพูถูกออกแบบมาให้มีสัดส่วนของน้ำและสารกันเสียที่เหมาะสม เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เมื่อมีการเติมน้ำลงไป ความเข้มข้นของสารกันเสียจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคเสื่อมลงทันที
ขณะเดียวกัน ขวดสบู่หรือแชมพูมักถูกเก็บไว้ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เมื่อรวมกับผลิตภัณฑ์เก่าที่ตกค้างอยู่ภายในขวด จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีกลิ่นเหม็นหรือความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า
แพทย์เตือนว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเป็นประจำ อาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ผิวอักเสบ สิว เชื้อรา หรือการติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย มีแผลเล็กๆ หรือมีรอยเกาบนผิว ซึ่งเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
แม้แต่การใช้ผลิตภัณฑ์แบบถุงเติม หากไม่ได้ล้างขวดเดิมให้สะอาดและผึ่งให้แห้งสนิทก่อน ก็ยังมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน เพราะคราบเก่าและความชื้นที่หลงเหลืออยู่สามารถเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องการประหยัด ควรเลือกวิธีที่ปลอดภัย เช่น เปลี่ยนมาใช้ขวดขนาดเล็ก ใช้ให้หมดภายในระยะเวลาสั้น หรือหากจำเป็นต้องเติมจริง ควรเติมเพียงเล็กน้อยและใช้ให้หมดในครั้งเดียว ไม่ควรเติมน้ำลงในขวดใหญ่เพื่อใช้ต่อหลายวัน
เพราะของใช้ที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย อาจกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพผิวได้ หากใช้งานอย่างไม่ถูกวิธี






