- 05 ก.พ. 2569
ทั้งที่เข้านอนตามปกติ ไม่ได้ป่วย ไม่ได้มีสัญญาณเตือน แต่กลับ “หลับแล้วไม่ตื่น” เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจไม่ใช่เรื่องลึกลับ หากเป็นผลจาก “โรคใหลตาย”
โรคใหลตาย คืออะไร
โรคใหลตาย หรือ Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) เป็นภาวะเสียชีวิตกะทันหันที่เกิดขึ้นในช่วงนอนหลับ โดยไม่พบสาเหตุชัดเจนจากการตรวจร่างกายทั่วไป ผู้เสียชีวิตมักไม่มีอาการป่วยล่วงหน้า และดูแข็งแรงดีในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ หัวใจหยุดเต้นอย่างเฉียบพลันจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายกำลังพักผ่อน ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทันเวลา
ทำไมโรคใหลตายจึงมักเกิดตอนหลับ
ช่วงเวลานอนหลับ โดยเฉพาะกลางคืนถึงเช้ามืด ระบบประสาทอัตโนมัติจะเปลี่ยนโหมดการทำงาน ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ หากผู้ป่วยมีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจแฝงอยู่ อาจกระตุ้นให้เกิด หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง และนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นทันที
สาเหตุสำคัญของโรคใหลตาย
แพทย์พบว่าปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1. กลุ่มโรคพันธุกรรมระบบไฟฟ้าหัวใจ
โดยเฉพาะ Brugada Syndrome ซึ่งทำให้การส่งสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบมากในผู้ป่วยใหลตายในประเทศไทย มักเกิดกับเพศชายวัยทำงาน และผู้ที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน
2. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงอื่น ๆ
เช่น หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หรือภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การขาดออกซิเจนซ้ำ ๆ ระหว่างนอน อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว
4. ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย
เช่น โพแทสเซียม หรือแมกนีเซียมผิดปกติ ส่งผลต่อการนำไฟฟ้าของหัวใจโดยตรง
5. ปัจจัยกระตุ้น
- ไข้สูง
- ดื่มแอลกอฮอล์หนัก
- การใช้ยานอนหลับหรือยาบางชนิด
- ภาวะขาดน้ำหรือเสียแร่ธาตุ
- สารเสพติด
ใครบ้างเสี่ยงโรคใหลตาย
กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- เพศชาย อายุประมาณ 20–50 ปี
- ผู้ที่มีญาติเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่เคยเป็นลม วูบ หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่นอนกรนรุนแรง หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ผู้ที่ตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ
โรคใหลตาย มีสัญญาณเตือนไหม
แม้หลายกรณีจะไม่แสดงอาการ แต่บางรายอาจพบสัญญาณ เช่น
- ใจสั่นผิดปกติ
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- เจ็บหน้าอก
- หายใจเฮือกหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก
- แขนขาเกร็งหรือกระตุกคล้ายชัก
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหัวใจอย่างละเอียด
ป้องกันได้หรือไม่
แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากมีประวัติครอบครัว
- ควบคุมไข้และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงยาที่กระตุ้นหัวใจ
- รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาจต้องใช้เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD)






