เตือนสายหวาน! วิจัยชี้ “น้ำอัดลม 1 แก้ว” อาจทำชีวิตสั้นลง 12 นาที

ผลศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนใช้ดัชนีคำนวณผลกระทบอาหารต่อสุขภาพ พบเครื่องดื่มน้ำตาลสูงอยู่ในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

ประเด็นด้านโภชนาการกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งประเมินผลกระทบของอาหารต่อสุขภาพในเชิง “นาทีของชีวิต” (Health Nutritional Index – HENI) โดยวิเคราะห์รายการอาหารและเครื่องดื่มกว่า 5,800 รายการที่นิยมบริโภคในสหรัฐฯ

ผลการศึกษาพบว่า อาหารและเครื่องดื่มบางประเภท โดยเฉพาะกลุ่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และกาแฟปรุงแต่งหวาน อาจเชื่อมโยงกับการลดลงของอายุขัยเฉลี่ย โดยการบริโภคน้ำอัดลมหนึ่งหน่วยบริโภคอาจสัมพันธ์กับการสูญเสียเวลา ชีวิตเฉลี่ยราว 12 นาที

เตื่อนสายหวาน! วิจัยชี้ “น้ำอัดลม 1 แก้ว” อาจทำชีวิตสั้นลง 12 นาที

วิธีการประเมินคืออะไร

ดัชนี HENI เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อประเมินภาระโรคที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โดยใช้ข้อมูลทางระบาดวิทยาเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน มาคำนวณความเสี่ยงเชิงสถิติในระดับประชากร

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเน้นว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยเชิงแบบจำลองทางสถิติ ไม่ได้หมายความว่าการดื่มเพียงครั้งเดียวจะทำให้อายุสั้นลงทันที แต่สะท้อนแนวโน้มผลกระทบสะสมเมื่อบริโภคเป็นประจำ

ทำไมน้ำตาลถึงเป็นปัจจัยเสี่ยง

เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเชื่อมโยงกับภาวะน้ำหนักเกิน ความดันโลหิตสูง และความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญทั่วโลก การบริโภคในปริมาณมากและต่อเนื่องจึงเพิ่มภาระสุขภาพในระยะยาว

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ประชากรอเมริกันกว่า 60% บริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกวัน และในกลุ่มวัยรุ่นระดับมัธยมมีสัดส่วนสูงเช่นกัน สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่ยังเป็นประเด็นด้านสาธารณสุข

เตื่อนสายหวาน! วิจัยชี้ “น้ำอัดลม 1 แก้ว” อาจทำชีวิตสั้นลง 12 นาที
 

ข่าวดี: อาหารบางชนิดอาจเพิ่มอายุขัย

ในทางกลับกัน งานวิจัยเดียวกันพบว่า อาหารบางประเภท เช่น ปลาบางชนิด ถั่ว และผักบางกลุ่ม อาจเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของเวลาชีวิตเฉลี่ยต่อหนึ่งหน่วยบริโภค โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

มุมมองเชิงสมดุล

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า ไม่ควรตีความตัวเลขแบบตื่นตระหนก เพราะผลกระทบต่อสุขภาพขึ้นอยู่กับรูปแบบการบริโภคโดยรวม (Dietary Pattern) มากกว่าการเลือกอาหารเพียงครั้งเดียว

การลดเครื่องดื่มน้ำตาล เพิ่มการดื่มน้ำเปล่า หรือเลือกทางเลือกน้ำตาลต่ำ เป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงสะสมในระยะยาว

สรุปคือ ความสดชื่นจากน้ำอัดลมอาจไม่ใช่ปัญหาในระดับครั้งคราว แต่การบริโภคเป็นนิสัยประจำวันต่างหากที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพในภาพรวม

เตื่อนสายหวาน! วิจัยชี้ “น้ำอัดลม 1 แก้ว” อาจทำชีวิตสั้นลง 12 นาที