แพทย์เตือน “หัวใจโต” ไม่ได้อันตรายเสมอไป เช็กให้ชัดแบบไหน

ภาวะหัวใจโต จากผลเอกซเรย์ปอดอาจทำให้หลายคนวิตกกังวล แต่แพทย์เผยว่าในบางกรณีอาจไม่ได้เกิดจากโรคเสมอไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

เมื่อผลตรวจสุขภาพประจำปีระบุว่าพบ ภาวะหัวใจโต จากการเอกซเรย์ทรวงอก หลายคนอาจเกิดความกังวลทันที เพราะคิดว่าเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจร้ายแรง อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ภาวะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเสมอไป เนื่องจากบางกรณีอาจเกิดจากปัจจัยทางเทคนิคของการตรวจหรือสรีระของร่างกาย

แพทย์เตือน “หัวใจโต” ไม่ได้อันตรายเสมอไป เช็กให้ชัดแบบไหน

ข้อมูลจาก บัณฑิต นราตรีคูณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ จาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า ภาวะหัวใจโตสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

1.หัวใจโตที่เกิดจากโรค

2.หัวใจโตที่ไม่ได้เกิดจากโรค

หัวใจโตที่ไม่ใช่โรค เกิดได้จากหลายปัจจัย

ในหลายกรณี การตรวจเอกซเรย์ทรวงอกหรือ Chest X-ray อาจทำให้เงาหัวใจดูใหญ่กว่าปกติได้ โดยมีสาเหตุสำคัญ เช่น

1. การเคลื่อนไหวของกะบังลม
ขณะถ่ายภาพรังสี หากผู้ป่วยหายใจออก กะบังลมจะดันตัวขึ้นสูง ทำให้หัวใจถูกดันออกด้านข้าง ส่งผลให้เงาหัวใจดูโตขึ้นกว่าความเป็นจริง

2. ท่าทางในการถ่ายภาพรังสี
การถ่ายภาพจากด้านหน้าไปด้านหลัง อาจทำให้เงาหัวใจดูใหญ่กว่าปกติ เมื่อเทียบกับการถ่ายภาพจากด้านหลังมาด้านหน้า

3. ปัจจัยทางสรีระของร่างกาย
บางคนอาจมีไขมันสะสมรอบหัวใจ ซึ่งทำให้ภาพเอกซเรย์ดูเหมือนหัวใจมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงอาจต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำอัลตราซาวด์หัวใจหรือคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) เพื่อยืนยันผล

แพทย์เตือน “หัวใจโต” ไม่ได้อันตรายเสมอไป เช็กให้ชัดแบบไหน
 

หัวใจโตจากโรค สัญญาณที่ต้องระวัง

ในอีกกรณีหนึ่ง ภาวะหัวใจโตอาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจหรือระบบหัวใจ เช่น

-   โรคความดันโลหิตสูง

-   โรคหัวใจขาดเลือด

-   โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ

โรคเหล่านี้อาจทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น จนเกิดการขยายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ และนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงในระยะยาว

แพทย์เตือน “หัวใจโต” ไม่ได้อันตรายเสมอไป เช็กให้ชัดแบบไหน

อาการที่ควรเฝ้าระวัง

ในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใด ๆ และตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ แต่หากโรครุนแรงขึ้น อาจมีอาการ เช่น

-   เหนื่อยง่ายผิดปกติเมื่อออกแรง

-   หายใจลำบากหรือหอบง่าย

-   ทำกิจวัตรประจำวันได้ลดลง

-   นอนราบแล้วหายใจลำบาก

หากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น น้ำท่วมปอด หรือ ภาวะช็อก ซึ่งเป็นภาวะอันตรายต่อชีวิต

วิธีป้องกันภาวะหัวใจโต

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การดูแลสุขภาพหัวใจสามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น

-   ควบคุมระดับน้ำตาลและอาหาร

-   ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

-   ควบคุมความดันโลหิตและไขมันในเลือด

-   รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์

-   ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

แม้การพบเงาหัวใจโตจากการเอกซเรย์จะไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรคร้ายเสมอไป แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


แหล่งที่มา

บัณฑิต นราตรีคูณ สาขาวิชาโรคหัวใจ

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

มหาวิทยาลัยมหิดล