- 07 พ.ค. 2569
รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มใกล้ตัวอย่างน้ำผลไม้ ชานม หรือกาแฟหวาน อาจเป็นตัวเร่ง “กรดยูริก” แบบไม่รู้ตัว แพทย์เตือนเสี่ยงโรคเก๊าท์และไตวาย
5 เครื่องดื่มเพิ่มกรดยูริก เสี่ยงโรคเก๊าท์และไตวายที่หลายคนมองข้าม
กระแสสุขภาพกำลังมาแรง แต่ในอีกด้านหนึ่ง “พฤติกรรมการดื่ม” ของคนยุคใหม่กลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะ กรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งเป็นต้นเหตุของ โรคเก๊าท์ และอาจลุกลามสู่ ไตวายเรื้อรัง ได้โดยไม่รู้ตัว
กรดยูริกคืออะไร ทำไมต้องระวัง?
กรดยูริกเป็นของเสียที่เกิดจากการสลาย “พิวรีน” ในร่างกาย โดยปกติจะถูกขับออกทางไต แต่หากร่างกายผลิตมากเกินไปหรือขับออกไม่ทัน จะเกิดการสะสมจนตกผลึกในข้อ ทำให้เกิดอาการปวดบวมรุนแรง หรือที่เรียกว่า “โรคเก๊าท์” และยังเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต
เปิดลิสต์ 5 เครื่องดื่ม ตัวการ “ยูริกพุ่ง”
1. น้ำผลไม้สำเร็จรูป
แม้ดูสุขภาพดี แต่เต็มไปด้วย ฟรุกโตส สูง ดูดซึมเร็ว กระตุ้นการสร้างกรดยูริกโดยตรง
2. ชานม-น้ำหวานบรรจุขวด
มี น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง (HFCS) ที่เพิ่มระดับยูริกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะคนที่ดื่มเป็นประจำ
3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ส่งผลเสีย 2 ทาง คือ
- กระตุ้นการสร้างยูริก
- ขัดขวางการขับออกทางไต
4. เครื่องดื่มชูกำลัง-ชาพร้อมดื่ม
น้ำตาลสูง ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงไตเสื่อมเร็วขึ้น
5. กาแฟใส่น้ำตาล/นมข้น
แม้กาแฟดำช่วยลดยูริกได้ แต่การเติมความหวานมากเกินไปกลับทำให้ผลดีหายไปทันที
วิธีลดกรดยูริกแบบได้ผล
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่
- ดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร ช่วยขับกรดยูริก
- เลือกดื่ม “นมจืด” วันละ 1–2 แก้ว
- กินผลไม้สดแทนน้ำผลไม้ (จำกัดผลไม้หวาน)
- ลดน้ำตาลและเครื่องดื่มแปรรูป
- คุมเกลือและไขมันในอาหาร
สรุป
การควบคุม “กรดยูริก” ไม่ได้อยู่แค่เรื่องอาหารพิวรีนสูงเท่านั้น แต่ “เครื่องดื่ม” ที่ดื่มทุกวันก็เป็นตัวแปรสำคัญ การปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น เลี่ยงน้ำหวานและเพิ่มการดื่มน้ำเปล่า สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคเก๊าท์และปกป้องไตได้ในระยะยาว
