สายไถมือถือดึกต้องระวัง  วิจัยชี้ "แสงสีฟ้า" ตอนกลางคืน

"ระวังพังทั้งหุ่นพังทั้งสมอง!" แพทย์เผยหลักฐานเชิงลึกเตือนคนชอบไถมือถือดึก การรับ "แสงสีฟ้า" (Blue Light) เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด "โรคอ้วน"

พฤติกรรมยอดฮิตของคนยุคดิจิทัลคงหนีไม่พ้นการนอนไถหน้าจอสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือเปิดทีวีทิ้งไว้ก่อนนอน แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี้ กำลังเป็นภัยเงียบที่ทำให้น้ำหนักตัวของคุณพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่างออกมาเตือนว่า การรับ แสงสีฟ้า (Blue Light) ในช่วงเวลากลางคืน เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เสี่ยงต่อ ภาวะโรคอ้วน

เปิด 3 กลไกวิทยาศาสตร์ แสงสีฟ้าเปลี่ยนร่างคุณได้อย่างไร?
การที่แสงสีฟ้าส่งผลกระทบต่อหน้ำหนักตัว ไม่ใช่เรื่องโคมลอย แต่มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และระบบฮอร์โมนในร่างกายมารองรับ ดังนี้:

1. ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin): แสงสีฟ้าความเข้มสูงจะส่งสัญญาณไปหลอกสมองส่วนหน้าว่า "ยังเป็นเวลากลางวัน" ทำให้ร่างกายระงับการหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เมื่อเรานอนหลับยาก นอนดึก หรือหลับไม่สนิท ร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองและเผาผลาญพลังงานได้อย่างเต็มที่

2. ป่วนฮอร์โมนควบคุมความหิว-อิ่ม: เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากแสงสีฟ้า ร่างกายจะเกิดความเครียดและหลั่ง ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) หรือฮอร์โมนหิวออกมามากขึ้น ในทางกลับกัน ฮอร์โมนเลปติน (Leptin) หรือฮอร์โมนที่สั่งให้รู้สึกอิ่มจะลดต่ำลง ส่งผลให้คุณรู้สึกหิวโซในตอนดึก และสมองจะสั่งให้อยากกินอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และของหวานมากกว่าปกติ

3. ทำลายนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm): มนุษย์เรามีนาฬิกาชีวภาพที่คุมการทำงานของระบบเผาผลาญและการหลั่งอินซูลิน การรับแสงสีฟ้าผิดเวลาทำให้นาฬิกาชีวิตรวน ส่งผลให้กระบวนการย่อยอาหารและการจัดการน้ำตาลในเลือดช่วงกลางคืนลดประสิทธิภาพลง ร่างกายจึงเลือกที่จะสะสมไขมันแทนการเผาผลาญ
 

สายไถมือถือดึกต้องระวัง  วิจัยชี้ "แสงสีฟ้า" ตอนกลางคืน

วิธีปรับพฤติกรรมเซฟหุ่นสวย ห่างไกลแสงสีฟ้ายามค่ำคืน
หากคุณไม่อยากให้ระบบเผาผลาญพังจนกลายเป็นโรคอ้วน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ดังนี้:

1.งดหน้าจอก่อนนอน 1 ชั่วโมง: ปิดคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน หรือทีวี อย่างน้อย 60 นาทีก่อนเข้านอน เพื่อปล่อยให้สภาวะรอบตัวมืดลงและกระตุ้นการนอนหลับตามธรรมชาติ

2.เปิดโหมด Night Shift: หากมีความจำเป็นต้องใช้หน้าจอดึกๆ ควรเปิดโหมดลดแสงสีฟ้า (Blue Light Filter) เพื่อปรับโทนสีหน้าจอให้เป็นสีส้มอบอุ่น

3.เปลี่ยนหลอดไฟในห้องนอน: ควรเลือกใช้หลอดไฟโทนสีอบอุ่น (Warm White) แทนแสงสีขาวจ้า (Daylight) เพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การนอนหลับ

สรุปได้ว่า แสงสีฟ้าไม่ได้เดินมาเพิ่มแคลอรีให้เราโดยตรง แต่เป็นตัวร้ายที่เข้ามาพังระบบฮอร์โมนและพฤติกรรมการกินของเรา ดังนั้น การจำกัดเวลาหน้าจอก่อนนอน จึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนักที่ทำได้ง่ายและเห็นผลจริง