- 01 พ.ค. 2569
หลายคนกิน เฉาก๊วย มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยรู้ว่าทำจากอะไร ล่าสุดมีการเผยความจริงว่าแท้จริงแล้วไม่ได้ทำจากวุ้นหรือเจลลี่
เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยกับเมนูของหวานยอดฮิตอย่าง เฉาก๊วย ที่มักเสิร์ฟมาในรูปแบบวุ้นสีดำ ใส่น้ำแข็ง ราดน้ำเชื่อม กินแล้วสดชื่นคลายร้อนได้ดี แต่หากลองตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “เฉาก๊วยทำมาจากอะไร” กลับพบว่าหลายคนตอบไม่ได้ หรือเข้าใจว่าเป็นเพียงวุ้นสำเร็จรูปทั่วไป
ความจริงแล้ว เฉาก๊วย ไม่ได้ทำจากผงวุ้นหรือเจลาตินเหมือนขนมวุ้นทั่วไป แต่มีต้นกำเนิดจากพืชสมุนไพรที่ชื่อว่า Mesona chinensis โดยใช้ใบและลำต้นมาเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งพืชชนิดนี้พบได้มากในประเทศจีน ไต้หวัน และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระบวนการทำเริ่มจากการนำต้นเฉาก๊วยไปตากแห้ง ก่อนจะนำไปต้มกับน้ำเป็นเวลานาน จนได้น้ำสีดำเข้ม จากนั้นจึงกรองเอาแต่น้ำและเติมแป้งเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เนื้อเซ็ตตัว เมื่อปล่อยให้เย็นจะกลายเป็นวุ้นสีดำนุ่มที่เราเห็นกัน โดยสีดำดังกล่าวเกิดจากตัวพืชเอง ไม่ได้มาจากสีผสมอาหาร
สาเหตุที่หลายคนเข้าใจผิดว่า เฉาก๊วย เป็นวุ้นสำเร็จรูปนั้น มาจากลักษณะภายนอกที่คล้ายเจลลี่ รวมถึงการวางขายในรูปแบบก้อนสำเร็จ และรสชาติที่มักหวานจากน้ำเชื่อมที่เติมเข้าไปภายหลัง ทั้งที่จริงแล้ว “เฉาก๊วยแท้” จะมีรสขมนิด ๆ ตามธรรมชาติ
ในแง่ของสุขภาพ เฉาก๊วย แบบดั้งเดิมถือว่าเป็นของหวานที่ให้พลังงานไม่สูงมาก และยังถูกใช้ในตำรับสมุนไพรเพื่อช่วยคลายร้อนในร่างกาย อย่างไรก็ตาม หากมีการเติมน้ำเชื่อม นมข้น หรือท็อปปิ้งหวาน ๆ มากเกินไป ก็อาจทำให้ปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นของหวานที่ไม่ต่างจากเมนูอื่น
สำหรับผู้ที่ต้องการกิน เฉาก๊วย ให้ได้ประโยชน์มากขึ้น แนะนำให้เลือกแบบหวานน้อย หรือไม่เติมน้ำเชื่อมมากเกินไป สามารถรับประทานคู่กับนมจืดหรือนมไขมันต่ำ และใช้เป็นทางเลือกแทนขนมหวานที่ให้พลังงานสูงได้
สรุปแล้ว เฉาก๊วย ไม่ใช่วุ้นสำเร็จรูปอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นของหวานที่มีที่มาจากพืชสมุนไพร ผ่านกระบวนการต้มและทำให้เซ็ตตัวตามธรรมชาติ การรู้ที่มาเช่นนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกกินได้อย่างเหมาะสม และใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น






