ไขข้อข้องใจ! ไม่อยู่บ้านหลายวัน ต้องถอดปลั๊กตู้เย็นไหม

สายเที่ยวเดินทางไกลเช็กด่วน เผยวิธีจัดการตู้เย็นที่ถูกต้องเมื่อต้องทิ้งบ้านไว้หลายวัน พร้อมทริกเซฟค่าไฟและวิธีถนอมเครื่องไม่ให้พังไว

ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวที่หลายคนต้องเดินทางไกล ทิ้งบ้านไว้ไม่มีใครอยู่หลายวัน นอกจากการล็อกประตูหน้าต่างให้แน่นหนาแล้ว "การจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้า" ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ชวนปวดหัว โดยเฉพาะ "ตู้เย็น" เครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชนิดในบ้านที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

 

คำถามยอดฮิตที่ถกเถียงกันทุกปีคือ "ไม่อยู่บ้านหลายวัน ควรตัดสินใจถอดปลั๊กตู้เย็นออกดี หรือจะเสียบคาไว้แบบเดิม?" วันนี้เรามีคำตอบเพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล

 

ในการพิจารณาว่าจะถอดปลั๊กตู้เย็นหรือไม่จะแบ่งระยะเวลาการไม่อยู่บ้านออกเป็น 2 ช่วงหลักๆ เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง ดังนี้

1. ไม่อยู่บ้านระยะสั้น (3 - 7 วัน): "ไม่ต้องถอดปลั๊ก"

หากคุณไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือไปทำงานต่างพื้นที่เพียงแค่ไม่กี่วัน ไม่แนะนำให้ถอดปลั๊กตู้เย็นเด็ดขาด

  • เหตุผล: ตู้เย็นยุคใหม่ถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอดเวลา การเสียบปลั๊กทิ้งไว้ในขณะที่เราไม่ได้เปิด-ปิดประตูตู้เย็นเลย จะทำให้ภายในตู้เก็บความเย็นได้นิ่งมาก คอมเพรสเซอร์จะทำงานน้อยลงและกินไฟต่ำมาก การถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่ในเวลาอันสั้น จะทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องสตาร์ทตัวใหม่และทำงานหนักเพื่อทำความเย็นจากอุณหภูมิห้อง ซึ่งกินไฟมากกว่าเดิมเสียอีก

 

2. ไม่อยู่บ้านระยะยาว (10 วัน ถึงเป็นเดือนขึ้นไป):  "ควรถอดปลั๊ก"

หากจำเป็นต้องไปต่างประเทศ เรียนต่อ หรือย้ายไปอยู่ที่อื่นเป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน การถอดปลั๊กคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

  • เหตุผล: เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟกระชาก ไฟตก หรือฟ้าผ่าในช่วงหน้าฝน ซึ่งอาจทำให้แผงวงจรตู้เย็นพังเสียหาย หรือร้ายแรงที่สุดคือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าไฟสะสมในระยะยาวได้จริง

 

ไขข้อข้องใจ! ไม่อยู่บ้านหลายวัน ต้องถอดปลั๊กตู้เย็นไหม

อีกหนึ่งความเชื่อที่หลายคนกังวลคือ "การถอดปลั๊กตู้เย็นเข้าๆ ออกๆ จะทำให้เครื่องพังไวขึ้นหรือเปล่า?" คำตอบในทางวิศวกรรมไฟฟ้าคือ "มีส่วนทำให้พังไวขึ้นจริง" หากทำอย่างผิดวิธี โดยระบบของตู้เย็นจะได้รับผลกระทบหลักๆ 2 ส่วน ดังนี้:

 

1. คอมเพรสเซอร์เสี่ยง "พังเฉียบพลัน" หากเสียบกลับเร็วเกินไป

  • เมื่อเราถอดปลั๊กตู้เย็นออก น้ำยาแอร์ (สารทำความเย็น) ที่กำลังถูกอัดจนมีความดันสูงจะยังคงค้างอยู่ในระบบ หากเรา ถอดปลั๊กแล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ทันที คอมเพรสเซอร์จะต้องสตาร์ทตัวในขณะที่ระบบยังมีความดันสูงมาก ทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เกิดอาการ "โอเวอร์โหลด" (Overload) หมุนไม่ไหว จนเกิดความร้อนจัดขดลวดภายในไหม้ และทำให้คอมเพรสเซอร์พังเสียหายถาวรทันที

กฎเหล็กที่ต้องจำ: หากมีความจำเป็นต้องถอดปลั๊กตู้เย็น (หรือเกิดไฟดับ/ไฟตก) ต้องรออย่างน้อย 5 - 10 นาที ก่อนจะเสียบปลั๊กกลับเข้าไปใหม่ เพื่อปล่อยให้น้ำยาแอร์ไหลย้อนกลับและปรับความดันในระบบให้สมดุลก่อน คอมเพรสเซอร์จึงจะสตาร์ทตัวได้อย่างปลอดภัย

 

2. ขอบยางเสื่อมสภาพและแผงวงจรอายุสั้นลง

  • การถอดปลั๊กทิ้งไว้นานๆ จนตู้เย็นร้อนเท่าอุณหภูมิห้อง จะทำให้เกิดความชื้นสะสมภายใน ซึ่งความชื้นนี้เป็นศัตรูตัวร้ายของ "แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์" ในตู้เย็นรุ่นใหม่ๆ (ระบบอินเวอร์เตอร์) ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดสนิมเขียวหรือไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อเสียบปลั๊กอีกครั้ง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ร้อนๆ เย็นๆ บ่อยเกินไป ยังทำให้ ขอบยางประตูตู้เย็น ยืดและหดตัวจนเสื่อมสภาพ แข็งกระด้าง และปิดไม่สนิทในที่สุด

 

ไขข้อข้องใจ! ไม่อยู่บ้านหลายวัน ต้องถอดปลั๊กตู้เย็นไหม

หากคุณเลือกที่จะ ถอดปลั๊กตู้เย็น เพราะต้องไม่อยู่บ้านเป็นเดือน ห้ามถอดปลั๊กแล้วเดินหันหลังออกจากบ้านทันทีเด็ดขาด เพราะเมื่อคุณกลับมา คุณอาจต้องเจอกับ "ฝันร้าย" ย่อมๆ โดยมี 4 ขั้นตอนที่ต้องทำดังนี้:

  • เคลียร์ของกินออกให้หมด: นำอาหารสด ผัก ผลไม้ และของที่เน่าเสียได้ง่ายออกจากตู้เย็นให้เกลี้ยง
  • ละลายน้ำแข็งและเช็ดให้แห้ง: ถอดปลั๊กแล้วปล่อยให้น้ำแข็งละลาย เช็ดทำความสะอาดภายในตู้ให้แห้งสนิททุกซอกทุกมุม เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย
  • "เปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้": ข้อนี้สำคัญที่สุด! ต้องหาของมาค้ำประตูตู้เย็นให้แง้มไว้เล็กน้อย เพื่อให้อากาศถ่ายเท หากปิดประตูตู้เย็นสนิทในขณะที่ไม่มีความเย็น ความชื้นที่ตกค้างจะทำให้เกิด กลิ่นอับรุนแรงและเชื้อราดำ จนตู้อาจเสียหายจนใช้งานต่อไม่ได้
  • ใส่ถ่านหรือกากกาแฟดับกลิ่น: วางถ่านก้อนหรือถ้วยใส่กากกาแฟไว้ภายในเพื่อช่วยดูดซับกลิ่นอับในระหว่างที่อากาศถ่ายเท

 

สำหรับใครที่ใช้ตู้เย็นระบบอัจฉริยะรุ่นใหม่ๆ ลองตรวจสอบฟังก์ชันที่หน้าจอออนบอร์ดดู เพราะมักจะมีโหมดที่เรียกว่า "Holiday Mode" หรือ "Vacation Mode" (โหมดพักร้อน)

 

เมื่อเปิดโหมดนี้ ตู้เย็นจะปิดการทำงานในช่องแช่เย็นปกติ (หรือรักษาอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 15°C เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อรา) แต่ยังคงเปิดทำงานระบบแช่แข็ง (Freezer) ไว้ตามปกติ ทำให้คุณไม่ต้องเคลียร์ของในช่องฟรีซออก และช่วยประหยัดพลังงานขั้นสุดโดยไม่ต้องถอดปลั๊ก

 

ไขข้อข้องใจ! ไม่อยู่บ้านหลายวัน ต้องถอดปลั๊กตู้เย็นไหม