ระวังให้ดี!! "คิงคอง" ยาเสพติดตัวใหม่ กำลังมาแรงในต่างประเทศ "ตำรวจปราบปรามยาเสพติด" กำลังจับตาหวั่นระบาดในไทย

Publish 2017-02-13 06:03:36



พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.)  ได้กล่าวถึง กรณี ที่มีการเผยแพร่ ข้อมูลคำเตือน จาก ป.ป.ส. ให้ระวังยาเสพติดที่ชื่อ "คิงคอง"  ที่กำลังระบาดในต่างประเทศในรูปแบบผง มีสีสันคล้ายผงบ๊วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย ว่าทางด้านตำรวจปราบปรามยาเสพติดนั้น ยังไม่ได้รับการประสานให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เห็นว่าเป็นการเผยแพร่ที่เตือนให้ประชาชนได้ระมัดระวัง ซึ่งเป็นอีกรูปแบบของยาเสพติด โดยตนได้ส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดได้ระมัดระวังและเฝ้าจับตาเพิ่มเติม และ เข้มงวดเป็นพิเศษในเรื่องดังกล่าว


 



นอกจากนั้นแล้วทางด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวลาว ที่ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ขณะนี้มีการดำเนินการไปหลายขั้นตอน ทั้งเชิญพยาน หรือผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ตำรวจพบความเชื่อมโยงทางคดีมาสอบปากคำ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดราชการ การดำเนินการบางส่วนจึงต้องถูกชะลอไว้ รอวันเปิดทำการปกติ อย่างไรก็ตาม อยากขอเวลาให้ตำรวจทำงานเสียก่อน คาดว่า ภายในสัปดาห์น่าจะมีความคืบหน้าทางคดี

 



ส่วนกรณีที่ทางการประเทศมาเลเซีย จับกุม นายคามารูดิน บิน อาวาง ชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกจับภายใต้มาตรการพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดอันตราย โดยสามารถจับกุมได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเชีย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์  ซึ่งตำรวจปราบปรามยาเสพติด เชื่อว่า นายคามารูดิน บิน อาวาง นั้นเป็นเป้าหมายคนเดียวกับ นายไซนุเด็ง มะ ลูกเขย นายมะรินิง จาโก หรือ มะ สิบล้อ หัวหน้าเครือข่ายรับยาเสพติดจากทางเหนือและภาคอีสาน และอาจจะเชื่อมโยงกับนายไซซะนะ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ รวมถึง นายอุสมาน สะแลแมง นักค้ายาเสพติดที่หลบหนีอยู่ในขณะนี้

 

ทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้จัดชุดสำหรับเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ และสอบปากคำ นายคามารูดิน บิน อาวาง แล้ว เหลือเพียงรอการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อกำหนดวันเดินทางเท่านั้น ส่วนประเด็นที่จะนำไปสอบปากคำ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตาม นายคามารูดิน  บิน อาวาง ถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกิดในประเทศมาเลเซีย ไม่ได้จับตามหมายจับของประเทศไทย ดังนั้น ต้องให้ทางมาเลเซียดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

 

ก่อนหน้านี้ ทางด้าน

อินดิเพนเดนท์ รายงานข่าว การจับกุมชายสัญชาติมาเลเซีย ที่เชื่อมโยงกับ นายไซซะนะ แก้วพิมพา เจ้าพ่อค้ายาระดับอาเซียน (คลิกอ่าน : ปฏิบัติการจับกุมไซซะนะโยงอุสมาน สะแลแมง วงจรยานรก!!จากลาวสู่ชายแดนใต้) และเปิดเผยให้เห็นถึงขอบเขตที่แก๊งยาเสพติดมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบทางการเมืองทางภาคใต้ของไทย   การจับกุมดังกล่าวยัง ทำให้เห็นเครือข่ายเจ้าพ่อยาเสพติดชาวลาว ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สื่อสิงคโปร์ รายนี้ ยังได้ อ้างกองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติดของไทย ว่า ตำรวจมาเลเซียได้จับผู้ต้องสงสัยค้ายารายใหญ่คนหนึ่ง ที่เชื่อมโยงกับนายไซซะนะ(คลิกอ่าน : เครือข่ายไซซะนะ หนีกบดานมาเลฯ ซุกเงินสดยัดท่อ กว่า 30 ล้าน) ซึ่งถูกรวบตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังบินมาจากจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา โดยชายชาวมาเลเซีย ชื่อว่า คามารูดิน บิน อาวาง ชายสัญชาติมาเลเซีย ถูกจับกุมในเคลันตัน เมื่อวันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์   เขาเป็นลูกเขยของ นายมารินิง จาโก หัวหน้าเครือขายยาเสพติดหนึ่งที่รับยามาจากทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย  พร้อมอ้างข้อมูลจากตำรวจไทย ว่า ได้ติดตาม คามารูดิน  บิน อาวาง มานานกว่า 5 ปี และนำไปสู่การจับกุมตัวเขาในที่สุด

สื่อรายนี้ยังได้อ้างคำสัมภาษณ์ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เชื่อว่า เงินที่ได้จากการค้าขายยาเสพติดของคามารูดิน บิน อาวาง บางส่วนถูกใช้สนับสนุนการก่อความไม่สงบทางภาคใต้ของไทย

 

 

Sathaporn Tnews