ดอกไม้พิษเบ่งบาน"แดงล้มเจ้า"ปลูกเอาไว้!!?? เครือข่ายความรุนแรง จาก"มหาหิน"สู่"วัฒนา"

Publish 2017-06-18 19:38:37



หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุม นายวัฒนา ภุมเรศ ชายอายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา  ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่บรรดาแกนนำนปช. หรือแนวร่วมคนเสื้อแดง ที่ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตวิพากษ์งานวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่  บางก็ว่าเป็นการ "จับแพะ" หรือไม่ และหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพหลักฐาน ที่เชื่อได้ว่าคนร้ายมีความนิยมชมชอบระบอบทักษิณ หรืออยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ หรือนาฬิกา ที่ปรากฏรูปภาพของนายทักษิณ ก็ตาม  ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น และหลายๆคดีก็มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน จึงทำให้เกิดคำถามต่อว่า นี่อาจจะเป็นการจัดฉาก หรือ บางก็ว่า นี่คือ "แดงเทียม"

ต่อมานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า...

 

รูปแบบคดีต่างๆ สิ่งที่คนไทยอยากเห็นคือการทำคดีตรงไปตรงมา พวกเราไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ ไม่รู้จักวิศวกรเป็นการส่วนตัว คนจบวิศวกร ไม่รู้จบจากสำนักไหน นอกจากเก็บของไว้ใหม่เอี่ยม เก็บหลักฐานรอไว้ครบ ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านไปร่วมเดือน ไม่รู้วิศวกรสถาบันแห่งนี้อบรมสั่งสอนกันอย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ใครผิดก็ว่าตามผิด ไม่มีใครไปปกป้องอะไร เพราะพฤติกรรมไม่ว่าใคร ต้องได้รับการประณาม ทางข้อกฎหมายควรให้ประชาชนสบายใจ ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เอานาฬิการูปทักษิณ ผ้าแดงใหม่มาวาง แล้วสรุปเป็นเพราะต้องการแก้แค้นการสลายการชุมนุมปี2553 อธิบายว่าวางระเบิดตั้งแต่ปี2550 โดยที่ยังไม่มีเหตุการณ์ปี2553 การอธิบายก็ขัดกันไปกันมา แต่ถ้าต้องการให้คนเชื่ออย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

“นปช.เรามีแนวทางสันติวิธี ไม่มีวิธีอื่น ไม่สนับสนุนวิธีอื่น ส่วนรูปแบบการเชื่อมโยง การตั้งข้อกล่าวหา ตั้งข้อสงสัยก็ทำเหมือนทุกครั้งที่เคยทำมา ไม่รู้จักเบื่อกันหรือ มันง่ายเหลือเกิน นาฬิกาใหม่ ผ้าแดงใหม่เอี่ยม อุปกรณ์ก็ใหม่ ทหารควรเอาตัวไปให้ตำรวจสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจคนไทย”



เพราะฉะนั้นการที่แกนนำนปช.อย่างนายจตุพร บอกว่า "นปช.เรามีแนวทางสันติวิธี ไม่มีวิธีอื่น ไม่สนับสนุนวิธีอื่น" ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก แล้ว "แนวคิดการใช้ความรุนแรง" มาจากไหน ??

 

ดังนั้นต้องกลับมาทำความเข้าใจว่า การก่อเหตุของนายวัฒนาที่อ้างว่า การก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะ ไม่ชอบทหาร จึงก่อเหตุล้างแค้นตามที่ได้กล่าว เป็นการต่อสู้ด้วยแนวทางของความรุนแรง  ซึ่งการปลูกฝั่งความคิดในเชิงความรุนแรงของเครือข่ายคนเสื้อแดงหลังจากปี53 ได้ทำมาโดยตลอดในทางลับ เป็นขบวนการจัดตั้ง

 จากคำสารภาพของ นายวัฒนา ที่ได้กล่าวไว้ว่า แผนการทั้งหมดได้กระทำการเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีผู้อื่นเกี่ยวข้อง  ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย และหากวิเคราะห์ ถึงความเป็นไปได้ นายวัฒนาอาจจะอยู่ในหน่วยจัดตั้งทางลับ ที่นิยมความรุนแรง เช่นเดียวกับนาย มหาหิน ขุนทอง ผู้ต้องหาในคดีปาระเบิดใส่ศาลอาญา หากยังจำกันได้ซึ่งเคยสารพภาพว่า  กลุ่มจัดตั้งมีสมาชิกประมาณ 5-10คน ของแต่ละหน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยจะไม่รู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้าคราตากันเลย

 

 



โดยขบวนการลับที่มีการจัดตั้งที่ว่านี้ ได้มีเอกสารที่ใช้ในการปลุกเร้า ปลุกระดม ซึ่งเอกสารดังกล่าว ชื่อว่า “ สงครามอภิมหาอมตะยุทธ์ สงครามระหว่างเทวดา กับไพร่สารขัณฑ์” ขยายความว่าไพร่สู้นาย และสงครามชนชั้น ซึ่งเนื้อหาหนังสือ ที่ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างมวลชนกับกองกำลังติดอาวุธ
เอกสารดังกล่าว มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “การปฏิวัติ” คือ การเปลี่ยนโครงสร้าง ความสัมพันธ์ของเทวดากับมนุษย์เสียใหม่ ยกเลิกสิทธิพิเศษของเทวดาทั้งหลายให้กลายเป็นมนุษย์สามัญเหมือนคนทั่วไป


การจะสร้างประชาธิปไตย หรือการต่อสู้นั้น กลุ่มคนเสื้อแดง ถ้าเริ่มต้นด้วยการร้องขอ ก็จะตาย เหมือนในการ์ตูนในรูปได้แสดงไว้ ดังนั้นคนเสื้อแดงจึงต้องทำการประท้วงและทำการต่อรอง จากนั้นเมื่อทำการต่อรอง ก็จะเห็นเทวดาถือปืนจะยิงคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงจึงต้องปิดถนน ถัดไปเมื่อปิดถนนเสร็จ ก็ตั้งจรยุทธ์ ใช้อาวุธ ความรุนแรง ถึจะได้”ประชาธิไตย”มา 


เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Suggess News