สองโจ๋สุดแสบ ย่องขโมยพระเครื่องและโทรศัพท์ มูลค่านับแสนในร้านอาหาร ก่อนออกอุบายขอไปกด ATM จ่ายค่าข้าว ทิ้งหมวกและยาบ้าให้ดูต่างหน้า (คลิป)

Publish 2017-11-14 19:35:22



วันที่ 14 พ.ย. 60 ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือและพระเครื่อง บริเวณบ้านเลขที่ 117/3 หมู่ที่ 1 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ. เมืองอ่างทอง สายตรวจชุมชนตำบลป่างิ้ว ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบ นาย เปลี่ยน ศรีด้วง อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้การว่าตนเองมีอาชีพขับรถตู้โดยสารสาธารณะ สายอ่างทอง - กรุงเทพฯ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ไปเข้าวินรอรับผู้โดยสารอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้กลับบ้านทิ้งลูกชายให้เฝ้าบ้านจนกระทั่งเช้ากลับมาที่บ้านลูกชายตนเองบอก จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ



จากการสอบสวน นาย สุทัศน์ ศรีด้วง อายุ 17 ปี บุตรชาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงิน - ดำ เปลือยหน้า ใส่ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนขับสวมเสื้อยืดเหลือง นุ่งกางเกงยีนส์ ส่วนคนซ้อนใส่เสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ มาหานาย ตี๋ ที่บ้านซึ่งเป็นญาติที่อยู่บ้านหลังติดกัน จากนั้นได้มาจ้างให้ตนเองล้างรถ ในราคา 100 บาท และได้เดินเข้าไปกินข้าวที่ร้านป้าของตนเอง หลังกินข้าวเสร็จได้ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ตนเองจึงได้บอกว่าห้องน้ำหลังร้านก็เข้าได้ แต่คนร้ายไม่ได้เข้าแล้วได้เดินมานั่งที่ม้าหินหน้าบ้าน ซึ่งตนเองไม่ได้ทันระวัง ประกอบกับกำลังหิวข้าวจึงได้เดินไปสั่งข้าวที่ร้านป้าข้างบ้าน และไม่ได้สนใจแต่อย่างใด คิดว่าคนร้ายเดินไปหานาย ตี๋ ที่บ้าน จากนั้นคนร้ายได้บอกว่าจะขอออกไปกด ATM เพื่อที่นำเงินมาจ่ายค่าล้างรถ และจ่ายค่าข้าวที่ร้านป้า จากนั้นจึงได้หายไปไม่กลับมาอีกเลย จนตนเองกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อที่จะนำโทรศัพท์ที่ชาร์จไว้ข้างทีวีมาเล่นเฟสบุ๊ค พบว่าโทรศัพท์ยี่ห้อทรู รุ่นไนท์ ขนาดจอ 5 นิ้ว ได้หายไป แต่ซิมการ์ดถูกถอดไว้ข้างทีวี เมื่อทำการตรวจสอบดูรอบบ้านพบว่าพระเครื่องที่วางไว้บนหิ้งของพ่อที่ห่อด้วยผ้ายันต์ ที่มีอยู่กว่า 50 องค์ ถูกขโมยหายไปด้วย รวมมูลค่าแล้วกว่าแสนบาท เนื่องจากเป็นเหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรก ๆ และพระสมเด็จ ทั้งใหม่และเก่าที่พ่อได้เก็บเอาไว้ โดยคนร้ายได้ทิ้งหมวกกันน็อค และซองพลาสติกบรรจุยาเม็ดสีส้มคล้ายกับยาบ้าเอาไว้ให้ดูต่างหน้าแทน



ด้าน นาง กัลยา ประกอบทรัพย์ อายุ 52 ปี แม่ค้าอาหารตามสั่ง เปิดเผยว่า ตนเองเห็น คนร้ายทั้ง 2 คน ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยจะวนเวียนอยู่บริเวณบ้านหลังดังกล่าว และได้เดินมาสั่งอาหารรับประทานที่ร้านของตนเอง ซึ่งตนเองยังแปลกใจเพราะว่า 2 คนร้าย ได้เข้ามาขอชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ และได้เดินเข้าไปในร้านโดยไม่ได้ขออนุญาต แต่ตนเองคิดว่าเป็นเพื่อนกับหลานชายจึงไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นได้เดินออกไปนั่งที่ม้าหินหน้าบ้านหลานชาย จนกระทั่งหลานชายวิ่งมาบอกกับตนเองว่าคนร้ายได้ขโมยโทรศัพท์กับพระเครื่องไป และได้ทิ้งหมวกกันน็อคและซองพลาสติกที่ใส่ยาสีส้มคล้ายกับยาบ้าเอาไว้ ตนเองจึงบอกหลานชายให้นำไปทิ้งน้ำ เพราะกลัวว่าจะถูกตำรวจจับ หลังผู้ใหญ่บ้านเข้ามาตรวจสอบจึงให้หลานชายไปงมนำขึ้นมาจากคลองชลประทานข้างบ้านนำมาให้ผู้ใหญ่บ้านดู พร้อมกับให้แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

ด้าน ร.ต.อ.สิริชัย กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้เสียหายและพยานแวดล้อม ได้ทราบเบาะแสของคนร้ายแล้วบางส่วน โดยได้นำ นาย ตี๋ มาทำการสอบสวนให้การว่า ได้รู้จักกับคนร้ายจริง แต่รู้จักจากเพื่อนซึ่งไม่ได้สนิทกัน รู้แต่ว่าคนร้ายชื่อเล่นว่า ฮัน หรือ ฮันนี่ อาศัยอยู่จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อตรวจสอบยาที่อยู่ในซองพลาสติก พบว่าเป็นยาบ้าปลอมที่เคลือบสีส้มไว้ด้านนอก จำนวน 35 เม็ด คาดว่าคนร้ายคงจะเอาไว้หลอกขายกับผู้ที่ติดยาด้วยกัน จึงได้ยึดยาจำนวนดังกล่าวและหมวกกันน็อคเอาไว้ตรวจสอบ โดยให้เจ้าหน้าที่ชุดสวนลงพื้นที่หาภาพจากกล้องวงจรปิดตามถนนสายหลักที่คาดว่าคนร้ายจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เพื่อ จับกุมตัวคนร้าย 2 ราย นี้มาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

กนกศักดิ์ แสงตระการ    สำนักข่าวทีนิวส์   จ.อ่างทอง



Suggess News

Recommend News