ด่วน!!!“ชาญชัยควงพะจุณณ์”ฟ้อง“บิ๊กทอท.-คิงเพาเวอร์”รวม18คนร่วมทุจริตทำรัฐสูญ1.4หมื่นล้าน ให้ศาลริบคืนแผ่นดิน ดาบสองร้อง“บิ๊กตู่”ฟันจนท.รัฐ??

Publish 2017-07-05 11:39:59



     จากกรณีนายชาญชัย อิสระสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้องผู้บริหารบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และผู้บริหารบริษัท คิงเพาเวอร์ รวม 18 คน เป็นพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นกรรมการหรือผู้บริหารไม่ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ จนทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์จากการทุจริต และเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ อันเป็นการเสียหายแก่บริษัท กรณีร่วมกันทุจริต จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐเป็นเงินกว่า 1 หมื่น 4 พันล้านบาท เพื่อให้ศาลพิจารณาริบทรัพย์คืนแผ่นดิน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง



       ทั้งนี้นายชาญชัย ยังเปิดเผยอีกว่าการยื่นฟ้องวันนี้เป็น 1 ใน 5 คดีที่ขอให้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และหมายเรียกในคดีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐ 14 คน เอกชนกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ 3 บริษัท และกรรมการผู้มีอำนาจร่วมกระทำความผิด อีก 4 คน ซึ่งถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้บริษัทเอกชนดำเนินกิจการ จนทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมากจากการเก็บภาษี ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการดำเนินกิจการอย่างไม่ถูกต้อง สมควรที่จะต้องตกเป็นของแผ่นดิน จึงอยากให้เป็นคดีตัวอย่าง นอกจากนี้จะนำข้อมูลส่งให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นเป็นใจกับบริษัท คิงเพาเวอร์ต่อไป โดยศาลนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้



       อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายชาญชัย ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกลไกในการปราบปรามการทุจริต สังกัดคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สปท. กล่าวว่า จะดำเนินการฟ้องเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานไทย จำกัด และผู้ร่วมกระทำความผิดร่วมกันทุกคนที่ทำให้รัฐและผู้ถือหุ้นรายย่อยเสียหาย กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำผิดกฎหมายและข้อสัญญาที่ก่อหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้รับผลประโยชน์เกินกว่าที่สัญญาระบุไว้และเกิดความเสียหาย อันเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมายและสัญญาที่กำหนดว่าจะต้องจ่ายรายได้ส่วนแบ่งให้ ทอท.15% และเจ้าหน้าที่การท่าฯต้องเรียกเก็บให้ครบตามสัญญา 15% จากยอดการขายสินค้าหรือการบริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต่อศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้ศาลฯได้พิจารณาคดีลงโทษ และบอกเลิกสัญญาให้บริษัทคิงเพาเวอร์ชดใช้ค่าเสียหาย

       “ เรื่องดังกล่าวมีการทำผิดมาเป็นเวลานานสิบปี จึงต้องแบ่งคำฟ้องไม่น้อยกว่า 5 คดี โดยคดีแรกที่จะฟ้องมีเจ้าหน้าที่ถูกฟ้องกว่า 20 คน โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทอท.ในขณะที่เกิดเหตุรวมถึงผู้บริหารทอท.ในขณะนี้รวมอยู่ด้วย ทั้งหมดจะพยายามทำให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคมไม่เกินเดือนสิงหาคม โดยจะมีการนำเสนอเอกสารที่ชัดเจนเพื่อให้ศาลฯเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทำผิดอย่างไร และขอเตือนคนที่จะไปเป็นพยานว่าอย่าให้การเท็จเพราะจะถูกดำเนินคดี โดยจะส่งคำฟ้องไปให้พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะปลดผู้บริหาร ทอท.คนใด แค่ท่านอ่านหนังสือไม่ถึงสิบหน้าก็จะทราบเรื่องทั้งหมด และฝากไปถึงบริษัทคิงเพาเวอร์ว่าทำมาหากินบนที่หลวงคือที่ราชพัสดุใช้สิทธิชื่อประเทศไทยและสิทธิในการครอบครองพื้นที่ที่ภาษีอากรของประเทศหมดเป็นแสนล้านต้องตรวจสอบได้ อย่าฟ้องปิดปากหรือข่มขู่สื่อมวลชน ซึ่งในส่วนที่บริษัทคิงเพาเวอร์ฟ้องตน 10 คดีนั้นตนจะฟ้องกลับไป 11 คดี โดยได้เริ่มฟ้องไปแล้ว 1 คดี

      

       รัฐมนตรีหลายคนมีส่วนทำผิดด้วย เช่น รมว.คลัง และ รมว.คมนาคม เพราะเคยทำหนังสือแจ้งไปแล้ว แต่นั่งเป็นสากกะเบือไม่ดำเนินการใด ๆ ปล่อยให้โกงทุกวัน ซึ่งผมเห็นว่าควรเป็นจำเลย โดยทีมกฎหมายกำลังตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีหรือจะให้เป็นพยาน ผมเห็นว่าควรเอารัฐมนตรีเหล่านี้ออกจากรัฐบาล ไม่เช่นนั้นจะเจอศึกหนักในการขุดคุ้ยเพราะเขาจะไม่ทนกับพวกท่านแล้ว รัฐบาลทำตัวไปสู่หายนะเองแต่อย่าทำให้ประเทศชาติเสียหายด้วย ซึ่งผมจะแถลงอีกครั้งหลังจากฝ่ายกฎหมายได้ข้อสรุป ผมยืนยันว่าไม่ย่อท้อในการตรวจสอบแม้จะมีภัยคุกคามก็ตาม อยากให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารด้วยเพราะทุกอย่างต้องให้จบในรัฐบาลชุดนี้ และทราบมาว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีโอนเรื่องให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวัฒนะ รมว.ยุติธรรมแล้วก็เป็นเรื่องที่ดีที่เรื่องย้ายจากราหูไปจะได้ไม่มีการอมเอกสาร นายชาญชัย กล่าว



เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว


Recommend News