ชาติไหนจะจบ?! แกนนำแดง-ณัฐวุฒิ-จตุพร ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมไล่ มาร์ค ปี 52 เผยเองเตรียมพยานกว่า 300 ปาก

ชาติไหนจะจบ?! "แกนนำแดง-ณัฐวุฒิ-จตุพร" ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมไล่ "มาร์ค" ปี 52 เผยเองเตรียมพยานกว่า 300 ปาก

Publish 2018-07-31 16:33:04



 

ชาติไหนจะจบ?! "แกนนำแดง-ณัฐวุฒิ-จตุพร" ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมไล่ "มาร์ค" ปี 52 ระบุเตรียมพยานกว่า 300 ปาก "วีระกานต์-ณัฐวุฒิ-จตุพร" มาศาล ส่วน "นพ.เหวง" ป่วยผ่าตัดไส้ติ่ง


วันนี้ (31 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีชุมนุม นปช. ขับไล่รัฐบาลยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี 2552 หมายเลขดำ อ.968/2561 พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 70 ปี อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 53 ปี ประธาน นปช. , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 43 ปี แกนนำ นปช. กับพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมฯ รวม 10 คน เป็นจำเลยที่ 1-10

 



ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 3 ข้อหา

 



โดยอัยการยื่นฟ้องตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.61 จากกรณีกลุ่ม นปช. จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยปราศรัยปลุกระดมยุยง ณ เวทีบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ข้างทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ, ยึดและเผารถโดยสารประจำทางในพื้นที่ กทม. และนำรถบรรทุกแก๊สไปจอดไว้กลางถนนเพื่อข่มขู่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และประชาชนเดือดร้อนเสียหาย โดยกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เหตุเกิดที่แขวง-เขตดุสิต, แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี, แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร และแขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-14 เม.ย.52

ทั้งนี้ ในวันนี้ นายวีระกานต์ จำเลยที่ 1, นายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 3 และจำเลยอื่นๆ ซึ่งได้ประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วนนายจตุพร จำเลยที่ 2 ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ศาลก็เบิกตัวมาจากเรือนจำเพื่อร่วมกระบวนพิจารณา ซึ่งนายจตุพร มีสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่เมื่อถึงเวลานัด ทนายความของ นพ.เหวง จำเลยที่ 4 ได้ยื่นคำร้องพร้อมแถลงต่อศาลว่า นพ.เหวง จำเลยที่ 4 ป่วยเข้ารักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี จึงไม่สามารถมาศาลได้ อย่างไรก็ดี ศาลพิจารณาแล้วืเห็นว่า วันนี้เป็นเพียงนัดตรวจพยานหลักฐาน จึงอนุญาตให้ "นพ.เหวง" จำเลยที่ 4 ไม่ต้องมาศาล

ต่อมา "อัยการโจทก์" ได้ยื่นพยานเอกสารและพยานบุคคลเพิ่มเติมจากเดิมแล้ว รวม 420 ปาก พร้อมแถลงว่า ล่าสุด อัยการเพิ่งยื่นฟ้อง "นายเมธี อมรวุฒิกุล" อดีตดาราแนวร่วม นปช. เข้ามาเป็นจำเลยในฐานความผิดเดียวกัน และได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอรวมเข้ากับคดีนี้ไว้แล้ว ส่วน ทนายความจำเลยทั้งหมด แถลงว่าได้ยื่นบัญชีพยานบุคคลที่จะนำสืบเพิ่มเติมรวมแล้ว 173 ปาก ขณะที่ทนายความจำเลยจะต้องใช้เวลาในตรวจสอบบัญชีพยานเอกสารและพยานบุคคลของอัยการโจทก์ว่าจะมีพยานบุคคลใดสามารถรับกันได้บ้าง จึงขอเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานนัดวันนี้ก่อน ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า อัยการโจทก์ มีพยานเอกสารและพยานบุคคลจำนวนมาก จึงอนุญาตให้เลื่อนนัดตรวจหลักฐานเพื่อให้ทนายความจำเลยใช้เวลาในการตรวจสอบบัญชีพยานทั้งหมด โดยนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น

 

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตเลขาธิการ นปช. กล่าวถึง นพ.เหวง ว่า วันนี้ ให้ทนายความยื่นใบรับรองแพทย์กรณีผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเข้ารับการรักษาเมื่อสองวันที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ได้กล่าวถึงการเตรียมพยานต่อสู้คดีนี้ด้วยว่า เนื่องจากจำเลยมีจำนวนมาก เหตุการณ์ก็ผ่านมานานแล้วเป็นเวลาหลายปี พยานที่กำหนดไว้ก็น่าจะ 200-300 ปากเป็นอย่างน้อย แล รายละเอียดของเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายจุดหลายที่ เวลาผ่านมานานบางสถานการณ์ข้อเท็จจริงก็คลี่คลายไปแล้ว ดังนั้นก็จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายต่อสู้คดีตามกระบวนการต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า