สามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงราชวงศ์ญี่ปุ่น บอกข่าวดีกับคนสนิท หลังพยายาม 3 ครั้ง

สามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น แจ้งข่าวดีแก่คนสนิท หลังพยายามมาถึง 3 ครั้งก่อนประสบความสำเร็จในที่สุด

สามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงราชวงศ์ญี่ปุ่น บอกข่าวดีกับคนสนิท หลังพยายามถึง 3 ครั้ง หลังจากที่ อดีตเจ้าหญิงมาโกะ พร้อม นายเคอิ โคมุโระ สามี ออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอน มุ่งหน้าไปตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้น "อดีตเจ้าหญิงมาโกะ" ต้องฝ่าฟันอุปสรรคความรักและกระแสสังคมที่ต่อต้านการครองรักของทั้งคู่มายาวนานหลายปี

 

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายเคอิ โคมุโระ สามีอดีตเจ้าหญิงมาโกะ สอบเนติบัณฑิตไม่ผ่านเป็นครั้งที่ 2 ขณะที่เส้นทางในโลกศิลปะของเจ้าหญิงกำลังรุ่ง แต่ความรักของทั้งคู่ดูเหมือนว่าไม่ได้น้อยลงเลย เพราะทั้งสองต่างจับมือกันแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม 


กระทั่งล่าสุดมีรายงานข่าวดีว่า นายเคอิ โคมุโระ อายุ 31 ปี สามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น สอบเนติบัณฑิตของรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านแล้ว หลังจากพยายามสอบเป็นครั้งที่ 3 ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา

 

สามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น แจ้งข่าวดีแก่คนสนิท หลังพยายามมาถึง 3 ครั้งกว่าจะสำเร็จ


ตามรายงานระบุว่า นายโคมุโระโทรศัพท์แจ้งข่าวดีแก่บริษัทกฎหมายและอดีตหัวหน้าที่เคยทำงานด้วยในเขตชูโอ กรุงโตเกียว เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 21 ต.ค. ก่อนจะแจ้งข่าวดีว่า "ด้วยความรู้สึกขอบคุณ ผมสอบผ่านแล้ว" 

สำหรับเส้นทางการสอบเนติบัณฑิตของรัฐนิวยอร์กของสามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น นั้นเขาได้เคยเข้าสอบเมื่อเดือนก.ค. ปี 2564 และเมื่อเดือนก.พ.ปีนี้ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

 


"ครั้งนี้ ผมสอบผ่าน ขณะนี้ผมเป็นสมาชิกของชุมชนนักกฎหมายของรัฐนิวยอร์กแล้ว ผมรู้สึกเป็นหนี้คุณอย่างแท้จริงและผมจะศึกษาให้หนักยิ่งขึ้นในฐานะทนายความ ผมรู้สึกมีความสุขจริงๆ ขอบคุณอย่างมากครับ" นายโคมุโระ กล่าวด้วยความดีใจ

 


อย่างไรก็ตาม ผลการสอบเนติบัณฑิตครั้งล่าสุด คณะกรรมการสอบเนติบัณฑิตของรัฐนิวยอร์กประกาศผลสอบทางเว็บไซต์ว่า ผู้สอบผ่าน 6,350 คนจากผู้สมัครทั้งหมด 9,609 คน โดยอัตราผู้สอบผ่านคิดเป็นร้อยละ 66 ทั้งนี้ในหมู่ผู้สมัครสอบซ้ำ มีผู้สอบผ่านคิดเป็นร้อยละ 23 ของผู้ที่มาสอบซ้ำทั้งหมด

สามีมาโกะ อดีตเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น แจ้งข่าวดีแก่คนสนิท หลังพยายามมาถึง 3 ครั้งกว่าจะสำเร็จ
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline