โหรดังเตือนแรง จับตาพายุ อุบัติภัยรอบ 4 น้ำท่วมใหญ่ไม่คาดฝัน

เช็กดวงเมือง 2569 "แม่หมอสมัครเล่น" ทำนายพายุลูกแรกจ่อเข้าไทย ส.ค.-ก.ย.นี้ เตือนปลายปีเสี่ยงน้ำท่วมไม่คาดฝัน

"แม่หมอสมัครเล่น" โหรฟองสนาน จามรจันทร์ เปิดคำพยากรณ์ดวงเมืองล่าสุด โดยใช้หลักโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยาวิเคราะห์สถานการณ์ฝนและพายุของประเทศไทย ชี้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ดวงเมืองเปิดรับความชุ่มชื้น มีลุ้นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกของปีเคลื่อนเข้าไทยในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน แต่ขณะเดียวกันก็เตือนให้จับตาช่วงปลายปี เพราะมีเกณฑ์เกิดอุบัติภัยจากน้ำและน้ำท่วมแบบไม่คาดฝัน

 

โหรดังเตือนแรง จับตาพายุ อุบัติภัยรอบ 4 น้ำท่วมใหญ่ไม่คาดฝัน

ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่บ่งบอกพายุหมุนเขตร้อนจะเข้าเมือง

พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค. - 30 พ.ย. 69
พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีกรกฎ ระหว่าง 1 มิ.ย. - 19 ต.ค. 69
พระราหูจร (8) เดินในราศีกุมภ์ ระหว่าง 5 พ.ค. 68 - 22 พ.ย. 69
พระอังคารจร (3) เดินในราศีเมถุน ระหว่าง 4 ส.ค. - 19 ก.ย. 69

แม่หมอสมัครเล่น ตอนที่ 644 โดย ฟองสนาน จามรจันทร์

ลุ้นพายุลูกแรกเข้าเมือง

ผู้เขียนขอลองวิชาโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยาอีกสักรอบ เพราะปีที่แล้วทำนายได้เข้าเป้าว่า ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เมืองจะอุดมไปด้วยฝน

ผลคือแถว ๆ ทุ่งเจ้าพระยานอกคันกั้นน้ำ น้ำท่วมถึงหน้าอก และหาดใหญ่ รวมทั้งภาคใต้บางจุดโดนฝนถล่มหนัก

พอมาปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาทั้งหลายต่างพากันทำนายว่า ซูเปอร์เอลนีโญรออยู่ ที่อาจจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี อาการคือ อุณหภูมิจะสูง ปริมาณฝนจะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติร้อยละ 10 ถึง 30 น้ำในเขื่อนหลักจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำที่จะใช้ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี โดยคาดการณ์ว่าซูเปอร์เอลนีโญนี้จะเกิดตั้งแต่ปลายปี 2569 เป็นต้นไป

จิ้งจกทักเรายังต้องฟัง แต่นี่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและประเทศเตือนมา ก็ยิ่งต้องใส่ใจ

ครั้นพอตรวจดูรายงานปริมาณน้ำในเขื่อนหลักถึง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ปรากฏว่ายังน้อยผิดปกติในหลายเขื่อน คือ แควน้อยบำรุงแดน มูลบน น้ำพุง ป่าสักชลสิทธิ์ สียัด นฤบดินทรจินดา และเขื่อนปราณบุรี

ส่วนเขื่อนน้ำน้อยก็มีหลายเขื่อนกระจายอยู่ทุกภูมิภาค

เขื่อนที่มีปริมาณน้ำปานกลางก็พอมี รวมทั้งเขื่อนหลักอย่างภูมิพลและสิริกิติ์

โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 53 เขื่อนนี้ผู้เขียนจำได้ว่า เคยมีผู้รับผิดชอบบอกว่า ถ้าจะให้พออุ่นใจได้ ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลควรจะมีร้อยละ 60 ขึ้นไป

ฉะนั้น หากจะรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญปลายปีนี้ข้ามไปปีหน้า คงต้องภาวนาให้ฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ให้มากที่สุด

ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นฤดูฝนปีนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นพฤษภาคม 2569 มีเฉพาะอิทธิพลของมรสุมและร่องฝนที่นำฝนมาตก โดยยังไม่มีอิทธิพลพายุหมุนเขตร้อนเข้าเมือง

ต่อไปนี้ หากจะพอเป็นประโยชน์บ้าง ผู้เขียนขอใช้หลักโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยามาพอเป็นแนวทางคลำหาพายุและฝน ดังนี้

1.ตั้งแต่ประมาณ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ดาวที่จำกัดปริมาณน้ำหยุดมีอิทธิพลชั่วคราว ไปจนถึงประมาณ 30 พฤศจิกายน 2569 (พระเสาร์ 7 ดาวแห่งการจำกัดปริมาณน้ำเดินถอยหลัก หรือพักร์ ในราศีมีน ธาตุน้ำ) เปิดโอกาสให้ดาวบันดาลฝนตกทำหน้าที่ได้เต็มที่ คือ

2.ดาวแห่งความชุ่มชื้นที่ทำหน้าที่แบบถูกจำกัดมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ก็จะได้ทำหน้าที่เต็มที่ตั้งแต่ประมาณ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และจะเป็นไปถึงประมาณ 19 ตุลาคม 2569 (พฤหัสบดีจร 5 เดินในราศีกรกฎ ธาตุน้ำ) โดยฝนที่ตกนี้จะมาจากมรสุมหรือร่องฝนที่จะชุกขึ้นกว่าที่ผ่านมา

3.ส่วนอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเข้าประเทศไทยลูกแรกปีนี้ จะเริ่มเห็นเค้าลางตั้งแต่ประมาณ 4 สิงหาคม - 19 กันยายน 2569 ก่อนหรือหลังประมาณ 7 วัน 

คาดว่าพายุนี้อาจจะเป็นไปได้ทั้งระดับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง หรือสูงกว่านั้นคือดีเปรสชัน (พระอังคารจร 3 ในราศีเมถุน ตัวแทนลมเล็ก ร่วมธาตุกับพระราหูจร 8 ตัวแทนลมใหญ่ที่เดินในราศีกุมภ์) หลังจากนั้น พายุลูกต่อมามีโอกาสเข้าอาจจะหนึ่งหรือสองลูกภายในปีนี้ การที่พายุนำความชุ่มฉ่ำมาให้ และเพิ่มปริมาณน้ำในอ่าง สำหรับปี 2569 นี้ ระดับที่เข้าเมืองยังจะไม่สูงกว่าดีเปรสชัน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ฝนที่จะตกต่อไปนี้ก็ต้องระมัดระวัง เพราะตามดวงชะตาเมืองแล้ว อุบัติภัยรอบสี่ที่รอเกิดในเมืองระหว่าง 29 กันยายน - 19 ตุลาคม 2569 นั้น มูลเหตุใหญ่มาจากน้ำ หรือใกล้น้ำ เช่น ดินชุ่มน้ำถล่ม เป็นต้น

อีกทั้งเวลาที่เหลือของปีมีโอกาสเกิดน้ำท่วมแปลกประหลาด ไม่คาดฝัน ตามที่เคยทำนายไว้ว่าหากบริหารจัดการไม่ดี มีโอกาสเกิดน้ำท่วมคล้ายปี 2485 ที่รถเมล์กับเรือวิ่งเลนเดียวกันบนถนนในกรุงเทพฯ ด้วย