หงุดหงิดได้..แต่การ์ดอย่าตก!!“ป๋าเปลว”ยกบางเสี้ยวพระราชจริยวัตรแห่งธรรม“ในหลวงร.๙ และพระราชินี”เป็นข้อคิดถึงผู้ทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง !!?!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

หลังโดนหมอดูคนดังอย่าง   โสรัจจะ นวลอยู่    เจ้าของฉายา "นอสตรา ดามุสเมืองไทย"  ออกมาทำนายทายทักเตือนดวงประเทศจ่อเปลี่ยน แปลงครั้งใหญ่ โดยระบุกรณีเหตุการณ์ลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงมาจากฟากฟ้า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จะเกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านเมืองทุกด้าน และส่งผล กระทบต่อผู้นำรัฐบาล

 

จน  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และหัวหน้าคสช. ถึงออกอาการฉุนเฉียวเมื่อถูกซักหนัก ๆ จากสื่อมวลชนว่า   "ทักมาก็ต้องฟัง   แล้วทำไมจะให้ทำอะไรหรือ ให้ไม่ต้องพูดเลยหรืออย่างไร และไม่จำเป็นต้องไปปรับเปลี่ยน หรือทำอะไร เพราะที่ผมเข้ามาทำงานตั้งแต่ปี 2557 ผมไม่ได้ดูหมอดู"

 

และเมื่อถามว่า เมื่อดวงตกจะขึ้นอย่างไร พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า "ปัดโธ่ ถามคำถามงี่เง่าอย่างนี้อย่ามาถามผม ไปถามหมอดูเอาเอง" ...???  (คลิกอ่าน "บิ๊กตู่" ซัดหมอดูทักเรื่องดวงตก)

 

ล่าสุด “คอลัมน์ปลายซอย” โดย “เปลว สีเงิน”  ได้โพสต์แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว มีใจความที่น่าสนใจยิ่ง เพราะมีการยกพระราชดำรัสของ ในหลวง รัชกาลที่ ๙  และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ   พระบรมราชินีนาถ  มาเป็นแนวทางในการเตือนสติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่บริหารประเทศ  ซึ่งถือเป็นภาระอันหนักอึ้ง ...


“ดูข่าวแวบๆ ...........
นักข่าวถามนายกฯ เรื่องหมอดูทัก "ดวงตก"!
ถามกันอีท่าไหนผมก็ไม่ได้ยิน นายกฯ ว้ากเพ้ยใส่นักข่าวที่ถาม แล้วสะบัดก้นไปเลย
หมู่นี้ นายกฯ อารมณ์บ่จอย
ก็น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะดูสถานการณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ-การเมืองไม่เป็นดังใจซะเลย
จะทำอะไรก็ดูขาดๆ เกินๆ ยักตื้นติดกึก-ยักลึกติดกัก ไปแทบทุกเรื่อง เป็นใครก็ต้องหงุดหงิดละน่า
แต่อย่าการ์ดตกเชียวนะ เพราะแก๊งคนแดนไกล เขาเคาะหาจังหวะทะลวงตลอด ๒๔ ชั่วโมงอยู่แล้ว
ตอนนี้ เหมือนฉลามได้กลิ่นคาวเลือด จับประเด็นโน้น-นี้มาทิ่มรายวัน ก็ทิ่มไม่เข้า แต่พอหยิบเอาเรื่อง "รัฐบาลถังแตก" มาทิ่ม
มิดไปครึ่งด้ามเลย!
เรื่อง "เครียด-หงุดหงิด" นี่เป็นเรื่องใหญ่ และยากที่ใครจะหักห้ามได้ ผมเองวันๆ ไม่มีอะไรจะทำ เล่นแต่เฟซ ยังเครียดเลย
ท้อ-ทุกข์-เครียด แล้วแก้ไง?
กับคนอื่นผมไม่ทราบ แต่สำหรับผม มักไปค้นเรื่องเกี่ยวกับ "ในหลวงรัชกาลที่ ๙" มาอ่าน
อ่านแล้ว-ดูแล้ว ได้กำลังใจ ได้ลุกฮึด ให้ลุกสู้กับมันใหม่ ทุกครั้งไป
เครียดของพวกเรา ส่วนมากมาจาก "ทุกข์ในปัญหาตัวเอง"
เมื่อได้ดูสารคดีการเสด็จฯ ไปทรงงานของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ"
ไม่ว่าจากสารคดีเรื่องไหนๆ ทุกข์ที่พระองค์ทรงแบกรับ
เป็น "ทุกข์ในปัญหาของพสกนิกร" ทั้งสิ้น!
นี่เป็นเพียงภาษาหนังสือ แต่ในทางนามธรรม พระองค์มิได้ทรงมีทุกข์ หากแต่ทรงรับรู้ "ทุกข์ของทวยราษฎร์"
และตลอด ๗๐ ปี พระองค์ทรงสละสุขบนพระราชบัลลังก์ ทรงลงมาบุกป่า-ลุยโคลน-ลุยน้ำ ลำบาก ตรากตรำทุกอย่าง เพื่อสิ่งเดียว
คือ "เพื่อสุขของพสกนิกรของพระองค์"
ทรงใช้อะไร ทรงมีวิธีจัดการอย่างไรใน "สุขโดยไม่สุข-ทุกข์โดยไม่ทุกข์"?
คืนวาน ผมพบคำตอบนี้ .........
จากสารคดี BBC ภาคภาษาอังกฤษ "King Bhumibol of Thailand" ในตอนที่ว่าด้วย "มุมมองของชาวต่างชาติ" (Soul of a Nation)
นักข่าว BBC เป็นผู้สัมภาษณ์พ่อหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่วัดถ้ำกองเพล หนองบัวลำภู เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒
ขณะนั้น ......
อีสาน โดยเฉพาะหนองบัวลำภู "คอมมิวนิสต์" ถือว่าจัดจ้านมาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยม "หลวงปู่ขาว อนาลโย" BBC ตามไปสัมภาษณ์ถึงที่นั่น พูดได้ว่า "กลางสมรภูมิ" เลยทีเดียว
เนื้อความในบทสัมภาษณ์ สะท้อนเห็นชัดในภาพสัมพันธ์แห่งความเป็น "พระเจ้าแผ่นดิน" องค์แห่งศูนย์รวม.......
"ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ และประชาชน" ในความเป็นชาติไทย ที่ใครก็แยกไม่ได้
นั่นเพราะเหตุใด......
ฟังการสัมภาษณ์ครั้งนี้แล้ว จะ "สิ้นสงสัย" ด้วยประการทั้งปวง!
ผมขออนุญาต ลอก "ซับไทย" ในบทถาม-ตอบภาษาอังกฤษมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ดังต่อไปนี้
(คำบรรยาย) "สถาบันกษัตริย์คือ จิตวิญญาณของแผ่นดิน"
ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังวัดแห่งนี้ เพื่อทรงกราบพระภิกษุผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ และเปี่ยมด้วยจริยาวัตรอันสงบเยือกเย็น เสียงเครื่องบินลาดตระเวนบนฟ้าก็ยิ่งถี่และดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงภัยที่รายรอบและรุมเร้าองค์กษัตริย์และประเทศไทยยามนี้
(BBC) "พระพุทธศาสนาและหลักพุทธธรรมมีความสำคัญอย่างไรต่อพระองค์?"
(ในหลวง) "ในฐานะกษัตริย์ หลักธรรมในศาสนาพุทธมีความซับซ้อนและมีหลายระดับ
ระดับสูงสุดคือ การบรรลุซึ่งความบริสุทธิ์สมบูรณ์ในตัวตนของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเรียกว่า “ความเห็นแก่ตัว”
มันเป็นแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวก็จริง เป็นความเห็นแก่ตัวโดยแท้ แต่การจะบรรลุซึ่งความบริสุทธิ์นี้ได้ เราต้องกระทำทุกสิ่งที่ไม่เป็นการเห็นแก่ตัว ซึ่งสำหรับคุณ อาจมองว่าเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกัน
เราต้องยอมเสียสละ ต้องปล่อยวางทุกสิ่งที่เรายึดมั่น-ถือมั่นว่าเป็นของเรา จิตอันกุศลก็ถือเป็นหนึ่งในการละทิ้งซึ่งความเห็นแก่ตัว"
(BBC) "แล้วการทำสมาธิมีความสำคัญต่อการบรรลุถึงระดับนี้แค่ไหน?"
(ในหลวง) "การทำสมาธิเป็นธรรมปฏิบัติที่สำคัญมาก เพราะว่าคุณต้องเริ่มจากจิตที่มีสมาธิ
จิตต้องนิ่ง เพื่อจะได้เกิดความสงบ อาจไม่ใช่ความสงบอันยาวนาน แต่เป็นความสงบชั่วขณะที่จะช่วยให้...ช่วยให้คุณได้เห็นในหลายๆ สิ่ง ได้เข้าถึงความสงบที่แท้จริง
จากนั้น.........

ด้วยจิตที่สงบนั้น คุณจะสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างกระจ่างชัดขึ้น"
(พระราชินี) "พระราชสวามีของเรา มักจะเข้ามาที่นี่ก่อนเราเสมอ (ห้องพระ) เพื่อนั่งสมาธิ พระองค์สามารถกำหนดลมหายใจ สามารถตั้งจิตให้สงบเป็นสมาธิ
แต่เราเอง ยังไม่สามารถฝึกจิตให้สงบขณะนั่งสมาธิได้ เรากำลังฝึกอยู่ จึงทำได้เพียงแค่สวดมนต์ แต่พระราชสวามีบอกว่า “ได้เพียงเท่านี้ก็ดีแล้ว สิ่งที่เราทำก็เป็นการฝึกสมาธิเช่นกัน"
(BBC ทูลถามในหลวง) "พระองค์ทรงมองว่า เป็นไปได้ไหมที่ใครสักคนจะฝักใฝ่ระบอบคอมมิวนิสต์ ศรัทธาอย่างจริงใจในระบอบคอมมิวนิสต์และในศาสนาพุทธไปพร้อมๆ กัน?"
(ในหลวง) "แล้วศรัทธาอย่างจริงใจในระบอบคอมมิวนิสต์ที่คุณหมายถึง คือแบบไหนล่ะ?"
(BBC) "คนที่เชื่อมั่นในระบอบคอมมิวนิสต์"
(ในหลวง) "คนที่ต้องการอยู่สูงสุดเหนือทุกสิ่งน่ะหรือ?"
(BBC นิ่งไปพักใหญ่ก่อนตอบ) "คนที่เชื่อมั่นในอุดมการณ์และข้อตกลงของระบอบคอมมิวนิสต์"
(ในหลวง) "เราคิดว่าเป็นเรื่องยาก ที่จะนิยามคำว่า “ศรัทธาอย่างจริงใจ”  คุณอาจมีความศรัทธาอย่างจริงใจ แต่สิ่งนั้นอาจเป็นเรื่องผิด เราไม่แน่ใจว่า “ศรัทธาอย่างจริงใจ”   ในที่นี้จะใช้ได้ไหม
ปกติแล้ว คนที่ทำงานด้านการเมือง ไม่ว่าจะใช้ระบอบแนวคิดใด ย่อมต้องการอยู่สูงสุดเหนือทุกสิ่งทั้งนั้น
ถ้าคุณลองนึกถึงศาสนาพุทธ ไม่มีชาวพุทธคนไหนต้องการอยู่สูงสุดเหนือทุกสิ่ง เพราะไม่มีจุดที่สูงสุดหรือต่ำสุด มีเพียงความบริสุทธิ์อันสมบูรณ์"
(พระราชินี) "เราไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวต่อความตาย เพราะเราเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ อย่าได้ยึดติดกับอดีต และอย่าได้กังวลถึงอนาคต กระทำทุกสิ่งในปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด แล้วผลแห่งการกระทำนั้นจะต้องเป็นผลดี"
ครับ....นี่คือในตอน Soul of a Nation จากพระราชดำรัสตอบคำถาม BBC ทั้งหมดนี้
สิ้นสงสัยในความเป็น "พระโพธิสัตว์" แห่งพระองค์
สิ้นสงสัย ทำไมพระองค์ "ไม่ท้อ-ไม่ทุกข์" และ "ไม่เครียด"
"คนที่ทำงานด้านการเมือง ไม่ว่าจะใช้ระบอบแนวคิดใด ย่อมต้องการอยู่สูงสุดเหนือทุกสิ่งทั้งนั้น"
"ไม่มีชาวพุทธคนไหนต้องการอยู่สูงสุดเหนือทุกสิ่ง เพราะไม่มีจุดที่สูงสุดหรือต่ำสุด มีเพียงความบริสุทธิ์อันสมบูรณ์"
แค่ ๒ คำตอบนี้ของพระองค์........
เท่ากับ "พลิกทุกอย่างที่คว่ำให้หงาย" เป็นที่ประจักษ์ต่อโลก!
คนที่ท้อ-เครียด-ทุกข์ โดยเฉพาะคนที่เข้าใจว่า "ภาระที่ตัวแบก" หนักเกินทนนั้น เมื่ออ่าน-เมื่อศึกษาปฏิปทาและงานพ่อหลวง
ที่หนักแสนหนัก "เบากว่านุ่น" ไปเลยใช่มั้ย?
อ้าว....ยังไม่ได้พูดเรื่องหมอดูเลย ก่อนจบวันนี้ ก็พูดเรื่องหมอดูกันหน่อย
ผมแกะจากคำบรรยายในภาพยนตร์สารคดี "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ครั้งเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น อ่านเลยนะครับ
"ณ โฮเต็ลที่ประทับ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักเรียนไทยในโอซากาและโกเบเข้าเฝ้าฯ
มีพระบรมราโชวาทแก่นักเรียนไทยให้ระลึกอยู่เสมอว่า
“คนไทยทุกคน เป็นเสมือนตัวแทนของชาติไทย ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนและประพฤติตัวให้สมกับที่เป็นตัวแทนของชาติ และจงสามัคคีกลมเกลียวกัน' "
ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัสมีว่า ........
"หมอดูทำนายโชคชะตาประเทศไทยไว้ว่า ประเทศเราจะไม่มีวันตกอยู่ใต้อาณัติของชาวต่างชาติ
เราจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่หากเราทุกคน มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน ประเทศชาติของเราก็จะดำรงอิสรภาพอยู่ได้ จะไม่มีวันตกอยู่ใต้อำนาจของชาวต่างชาติอย่างแน่นอน"
จบ.......
"สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ" การฟังที่ดีย่อมได้ปัญญาครับ.
 

 

 

ติดตามข่าวเพิ่มเติม : จริงอย่างว่า..!!“ป๋าเปลว”ฟันธง “เลือกตั้ง-ปรองดอง "ชั่งแม่ง" มันก่อนเหอะ”วันนี้ไทยต้องพร้อมทำสงครามการค้าเต็มรูปแบบ

 

 

 

เรียบเรียง : นิตติยา  สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : เปลวสีเงิน คอลัมน์คนปลายซอย