สุดปลื้ม!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว (คลิป)

คลิปวินาที เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบลูกช้างป่าอายุประมาณไม่เกิน30 วัน พลัดตกเหว และหลงจากโขลงในบริเวณพื้นที่ หมู่ 10 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ติดกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการช่วยเหลือและดูแลพร้อมรอส่งคืนกลับสู่แม่โขลงช้าง

ปฏิบัติการส่งพังบุญมากกลับคืนโขลง เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม นำทีมโดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และอาสาสมัครจากชุมชนรอบพื้นที่ ติดตามหาโขลงช้างป่า (โขลงของพังบุญมากก่อนพลัดหลงกัน) ซึ่งในช่วงบ่ายวัน เดียวกัน เจ้าหน้าที่พบโขลงช้างดังกล่าว จึงได้เร่งทำคอกสำหรับพังบุญมาก ในการเตรียมส่งลูกช้างกลับโขลง

ในช่วงเช้าวันที่ 14 มีนาคม 2561 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่ นำพังบุญมากมาที่คอกบริเวณใกล้เคียงกับป่าที่พบโขลงช้างป่า ซึ่งจากนั้นไม่นานโขลงแม่ช้าง ก็เดินเข้ามายังคอกที่พังบุญมากยืนอยู่ และรับพังบุญมากกลับเข้าโขลงไปท่ามกลางความยินดีของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่มาให้กำลังใจพังบุญมาก

นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งที่สำคัญ ของทีมงานเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สามารถช่วยส่งลูกช้างกลับเข้าคืนสู่โขลงได้สำเร็จ

PS. ต้องขอขอบคุณและปรบมือเสียงดังๆให้แก่เจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน กับความสำเร็จครั้งนี้

สุดปลื้ม!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว (คลิป)

สุดปลื้ม!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว (คลิป)

สุดปลื้ม!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว (คลิป)

สุดปลื้ม!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว (คลิป)

สุดปลื้ม!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ร่วมส่งลูกช้างป่า "พังบุญมาก" กลับคืนโขลงได้สำเร็จแล้ว (คลิป)

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า Wildlife Conservation Bureau, Thailand 

คลิปจากเฟซบุ๊ก Fa Naka