โฆษก ตร.พูดล่าสุดคลิปอัจฉริยะออกมาเเฉ ยันคลิปไม่ได้หลุดจาก นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ลั่นหากทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสื่อมเสียชื่อเสียง จะดำเนินคดีแน่นอน

     คืบหน้าล่าสุดคดีเเตงโม ทาง พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบยาเสียสาว สารกลุ่มเบนโซไดอาซิปินส์ ชนิด Alprazolam ซึ่งเป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง ว่า ได้ตรวจสอบไปยังพล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 แจ้งว่า หนึ่งผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นผู้ชาย ตรวจพบยาในกลุ่ม Alprazolam เบื้องต้นจากการสอบถามการใช้ทางการแพทย์ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เพราะเป็นยาที่ใช้คลายความกังวล ทำให้หลับ

 

ซึ่งอยู่ในรายละเอียดของสำนวนการสืบสวนสอบสวนว่าใช้ยาตัวดังกล่าวเมื่อไหร่ และมีเหตุผลความจำเป็นในการใช้อย่างไร ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน มีการสอบปากคำและตรวจสอบพยานทั้งหมด พร้อมบันทึกรายละเอียดอยู่ในสำนวนคดีแล้ว จึงไม่มีการชี้แจงต่อสาธารณะ เพราะเกรงว่า จะมีผลต่อการต่อสู้คดีระหว่างคู่ความ แต่เมื่อมีผู้นำข้อมูลมาเผยแพร่ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเท่าที่เปิดเผยได้ ส่วนบุคคลที่นำออกมาเผยแพร่ จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ต้องดูเจตนาเป็นหลัก

โฆษก ตร.พูดล่าสุดคลิปอัจฉริยะออกมาแฉ หากทำ สตช.เสื่อมเสีย โดนดำเนินคดีเเน่


พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกล่าวอ้างว่าการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรณีที่มีผู้มาร้องเรียนเรื่องการดำเนินการทางคดี การสืบสวนสอบสวนคดีแตงโม ไม่เป็นไปตามรูปแบบหรือเป็นไปด้วยความล่าช้า ขอชี้แจงเป็น2 กรณี ดังนี้ 1.กรณีมีผู้มาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปัญหาข้อขัดข้องหรือข้อสงสัยของผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับคดีนี้ทั้งฝ่ายสืบสวนสอบสวน ขอชี้แจงให้ทราบว่าในห้วงที่ผ่านมามีผู้มาร้องเรียน

โฆษก ตร.พูดล่าสุดคลิปอัจฉริยะออกมาแฉ หากทำ สตช.เสื่อมเสีย โดนดำเนินคดีเเน่

หรือแม้กระทั้งในอนาคตที่จะมีผู้มาร้องเรียนก็ตาม ในเรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตอบรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ นั้นทันที ยกตัวอย่างสัปดาห์ที่ผ่านมาทางนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้มาร้องเรียนให้พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำงานของพนักงานสอบสวน ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค1 ซึ่งทางผบ.ตร.ได้สั่งการไปในระบบตรวจสอบ เบื้องต้นได้สั่งการให้รองผบ.ตร.ที่ดูแลหน้างานไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที 

affaliate-2

โฆษก ตร.พูดล่าสุดคลิปอัจฉริยะออกมาแฉ หากทำ สตช.เสื่อมเสีย โดนดำเนินคดีเเน่
พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า 2.การร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีไม่ว่าจะเป็นใครร้องทุกข์ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน กลุ่มบุคคล หรือนายอัจฉริยะที่ไปร้องทุกข์ปปป. ทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกคนไม่เคยไปกล่าวล่วงการดำเนินการทางคดีของพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการไปอย่างตรงไปตรงมาตามป.วิ อาญาทุกอย่าง หมายความรวมถึงกลุ่มคนที่จะไปร้องเรียน

โฆษก ตร.พูดล่าสุดคลิปอัจฉริยะออกมาแฉ หากทำ สตช.เสื่อมเสีย โดนดำเนินคดีเเน่

  หรือผู้ได้รับความเสียหายเดือดร้อนจากเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือหน่วยราชการในสังกัดตร. หรือหากจะมีหน่วยไหนในอนาคตก็เป็นสิทธิ์ตามกฏหมายอยู่แล้วให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนตามป. วิ อาญาทุกประการ อยากจะเน้นการที่ออกมาพูดว่า ไม่ได้ทำอะไรเลยช่วยเหลือพวกพ้อง ไม่เป็นความจริงเด็ดขาด ยืนยันเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนทั้งทางวินัย และทางคดีอาญา โดยเฉพาะเรื่องที่มาร้องเรียนโดยตรงเป็นหนังสือราชการ

   อย่างไรก็ตาม โฆษกตร. กล่าวว่า หากมีพยานหลักฐานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดีสามารถนำมายื่นกับพนักงานสอบสวนได้ แต่พนักงานสอบสวนจะต้องขออำนาจจากพนักงานอัยการ เพราะขณะนี้สำนวนคดีทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของอัยการแล้ว การจะสอบเพิ่มหรือไม่อยู่ที่อัยการจะสั่งลงมาที่พนักงานสอบสวน แต่เบื้องต้นขณะนี้ทราบว่าพนักงานสอบสวนสอบเสร็จสิ้นแล้ว 

โฆษก ตร.พูดล่าสุดคลิปอัจฉริยะออกมาแฉ หากทำ สตช.เสื่อมเสีย โดนดำเนินคดีเเน่

    โฆษกตร. พูดล่าสุดคลิปอัจริยะออกมาเเฉ โดยกรณีคลิปที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำมาเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่9 พ.ค.65 ​จากการตรวจสอบกับพล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พบว่าเป็นคลิปเฉพาะบางส่วนที่นำมา ซึ่งไม่ครบองค์ประกอบของกระบวนการ แต่ยืนยันว่าแพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตร.ดำเนินการตามที่พนักงานสอบสวนในคดีร้องขอให้มีการตรวจเทียบเคียงวัตถุพยานเพื่อให้ทราบความสมบูรณ์ของขั้นตอน


   โฆษกตร.ยืนยันว่าคลิปไม่ได้หลุดจาก นิติเวชวิทยา รพ.ตร. และไม่ได้มีความขัดแย้งภายในสถาบันนิติเวชฯ รวมทั้งไม่มีบุคคลใดบงการอยู่เบื้องหลัง ส่วนจะมีการเอาผิดกับคนที่นำคลิปมาปล่อยหรือไม่อยู่ระหว่างการหารือข้อกฎหมาย แต่ย้ำว่าหากเป็นการทำใดที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)​ เสื่อมเสียชื่อเสียงจะต้องมีการดำเนินคดีแน่นอน 

 

  นอกจากนี้  พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบเรื่องการร้องเรียนถึงข้อเท็จจริงทั้งกรณีเรื่องการนำภาพถ่ายผู้บาดเจ็บจากต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตมาประกอบการแถลงข่าว ซึ่งขณะนี้ทราบว่า มีการรายงานมายัง ผบ.ตร.แล้ว แต่ไม่ทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีที่ให้ตรวจสอบการร้องเรียนของ นายอัจฉริยะ ที่ กล่าวหาว่าตำรวจทำคดีไม่โปร่งใสปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ขณะนี้ ผบ.ตร ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องดังกล่าว