ตำรวจตอบปมเลือดมุมปากเด็ก 7 ขวบ ถูกลืมไว้ในรถ เป็นไปได้ไหมว่าขาดอากาศ

พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.พานทอง ตอบปมเลือดออกปากเด็ก 7 ขวบ ถูกลืมไว้ในรถจนเสียชีวิต เป็นไปได้ไหมว่าขาดอากาศ

จากกรณีข่าวสุดสลด พบร่างด.ญ. 7 ขวบ เสียชีวิตในรถรับ-ส่ง นักเรียนของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง โดยเกิดเหตุครูลืมเด็กไว้ในรถตู้รับ-ส่งของโรงเรียนชื่อดัง ในพื้นที่จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นักเรียนคนดังกล่าว นอนเสียชีวิตในรถอยู่ในสภาพคว่ำหน้ามีเลือดออกปากตัวซีดจากการตรวจสอบบนเบาะพบกระเป๋าเป้สะพายสีดำและแก้วน้ำดื่มวางอยู่
 

ต่อมาสอบสวนครูที่โรงเรียนได้ข้อมูลว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุได้ขับรถเข้ามาจอดแล้วก็รับนักเรียนลงจากรถเมื่อเห็นคนหมดก็ได้ขยับรถไปจอดที่ลานจอดรถของโรงเรียนเพื่อรอรับนักเรียนกลับช่วงเย็น กระทั่งถึงเวลาได้เตรียมรถตามปกติ แต่เมื่อเปิดประตูก็พบว่า นักเรียนคนดังกล่าวนอนอยู่ จึงเรียกน้องโดยการจับขาแต่น้องไม่มีการตอบรับ จากจึงรีบไปแจ้งครูคนขับรถและครูคนอื่นๆ ให้มาช่วยตรวจสอบพบว่าน้องไม่หายใจแล้ว

 

ตำรวจตอบปมเลือดมุมปากเด็ก 7 ขวบ ถูกลืมไว้ในรถ เป็นไปได้ไหมว่าขาดอากาศ

 

ด้านพ่อแม่ของเด็กหญิง 7 ขวบ ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.พานทอง เพื่อเป็นหลักฐานเหตุประมาททำให้ลูกเสียชีวิต ซึ่งทางคุณแม่ของน้องระบุว่า ช่วงเย็นทางครูมาหาที่บ้านมากัน 3 คนมีครูประจำชั้น ครูขับรถรับ-ส่ง และครูพี่เลี้ยงที่นั่งมากับนักเรียนบนรถ เมื่อมาถึงบ้านก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ยอมบอกเรื่องราว แต่ถามกับตนว่า น้องมีโรคประจำตัวอะไรไหมมันมีเหตุที่ไม่อยากให้เกิดตนก็รีบถามว่ามีเหตุอะไรไหม
 

ความคืบหน้าล่าสุดจากกรณีครูลืมเด็กไว้ในรถจนเสียชีวิต ขณะนี้ได้ส่งร่างของเด็กหญิง 7 ขวบ หรือ น้องจีฮุน ไปชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่ง พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.พานทอง เปิดเผยว่า คดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเรื่องราวทั้งหมดมีความเป็นมาอย่างไร

 

ตำรวจตอบปมเลือดมุมปากเด็ก 7 ขวบ ถูกลืมไว้ในรถ เป็นไปได้ไหมว่าขาดอากาศ

 

ประเด็นสำคัญในขณะนี้ต้องรอผลพิสูจน์และการตรวจสอบจากแพทย์ และทีมนิติเวช จากโรงพยาบาลตำรวจ ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงคืออะไร และเมื่อนักข่าวถามว่า "เลือดออกปาก" น้องจีฮุน เกิดจากการขาดอากาศหายใจหรือไม่นั้น พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า

"กรณีนี้ทางพนักงานสอบสวน คงไม่สามารถตอบได้ว่าเกิดมาจากกรณีใด ทั้งนี้ อยากจะให้รอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า"

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline