อ.เจษฎ์ แจงดราม่าอัญเชิญพระเกี้ยว ไม่ใช่งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

อ.เจษฎา ชี้แจงแล้ว ดราม่า "อัญเชิญพระเกี้ยว" งานนี้ไม่ใช่ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ที่จัดมานาน 90 ปี แนะใครอาสาแบกเสลี่ยง รีบสมัครล่วงหน้าได้เลย

จากกรณีดราม่าร้อนที่ นิสิตจุฬาฯ ใช้รถกอล์ฟอัญเชิญ "พระเกี้ยว" ในงานฟุตบอลสานสัมพันธ์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ 2024 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากในโลกออนไลน์ ซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 

อ.เจษฎ์ แจงดราม่าอัญเชิญพระเกี้ยว ไม่ใช่งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

ล่าสุดทางด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ออกมาให้ข้อมูลถึงประเด็นดราม่าดังกล่าว โดยระบุว่า  ทราบกันหรือไม่ว่า "งานบอลที่เพิ่งจัดไป .. ไม่ใช่งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ครับ"


เห็นเป็นประเด็นดราม่ากันมาหลายวันแล้ว เกี่ยวกับงานฟุตบอล ที่จัดแข่งกันไประหว่างนิสิตจุฬาฯ และศึกษาธรรมศาสตร์ … แต่ถ้าผมจะอธิบายให้เข้าใจชัดว่า "มันเป็นคนละงานกัน" กับการฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ ที่ผ่านๆ มา ไม่รู้ว่าจะช่วยลดดราม่าให้น้อยลงได้หรือเปล่านะครับ


[#สรุป (เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาว) พูดง่ายๆ คือสมาคมศิษย์เก่าของทั้ง 2 สถาบัน ไม่จัดงานบอลประเพณีจุฬาฯธรรมศาสตร์สักที…เด็กๆ นิสิตนักศึกษา ก็เลยจัดงานเตะบอลสานสัมพันธ์กันเอง..งานมันก็เลยออกมาสเกลเล็กๆ แค่นี้แหละครับ]


คือมีหลายคนที่ออกมาบ่นเชิงตำหนิว่างานฟุตบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ปีนี้ ดูด้อยลงกว่าเดิมมาก เพราะไม่ค่อยมีข่าวประชาสัมพันธ์เท่าไหร่ คนมาร่วมงานน้อยลง ขบวนพาเหรดก็เล็ก แปรอักษรก็ใช้จอ LED ช่วยแทนคน ขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวและธรรมจักรก็ไม่ใช้เสลี่ยงเหมือนก่อน แต่ใช้รถไฟฟ้า-รถเข็นอัญเชิญแทน ฯลฯ

 

อ.เจษฎ์ แจงดราม่าอัญเชิญพระเกี้ยว ไม่ใช่งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

คือจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่งานฟุตบอลประเพณี ที่จัดกันมากว่า 90 ปีแล้ว (ซึ่งครั้งล่าสุด คือครั้งที่ 74 เมื่อปี พ.ศ.2563)…แต่มันมีชื่อว่า "งานฟุตบอลสานสัมพันธ์จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 1" ต่างหากครับ


งานฟุตบอลประเพณีที่ผ่านมา ดำเนินการจัดโดย "สมาคมศิษย์เก่า" ของทั้งจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ ผลัดกันเป็นเจ้าภาพมาตลอด…ขณะที่งานฟุตบอลสานสัมพันธ์ ที่พึ่งริเริ่มจัดในปีนี้นั้น จัดโดยองค์การบริหารสโมสรของนิสิตจุฬาฯ และของนักศึกษาธรรมศาสตร์


สาเหตุที่เกิดงานนี้ก็คือ การที่งานฟุตบอลประเพณีจุฬาธรรมศาสตร์ครั้งที่ 75 (ซึ่งควรจะได้จัดไปเมื่อปี 2564) ทางด้านของสมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่เป็นเจ้าภาพนั้นได้เลื่อนจัดมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดขึ้น จนมาถึงปีนี้ ก็ยังหากำหนดวันที่เหมาะสมร่วมกันกับทางสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯไม่ได้ แล้วต้องทำให้เลื่อนไปอีกปีนึง


ด้วยเหตุนี้ ทำให้ทางองค์การบริหารสโมสรของทั้ง 2 สถาบัน จึงได้ขอจัดงานฟุตบอลสานสัมพันธ์ขึ้นเอง แม้ว่าเวลาจะกระชั้นชิดมาก และมีงบประมาณน้อยมากก็ตาม โดยจัดในแบบที่กระชับขึ้น เรียบง่ายขึ้น งบน้อยลง ใช้กำลังคนให้น้อยลง..และที่สำคัญคือมีรูปแบบงานในแบบที่นิสิตนักศึกษาอยากจัดกัน (ไม่ได้จำเป็นอยู่ในกรอบแนวทาง ของที่สมาคมศิษย์เก่าของทั้งสองสถาบัน เคยวางแนวไว้)


ตัวอย่างเช่น การแปรอักษรด้วยป้าย LED ก็เป็นการแก้ปัญหาเรื่องการระดมหาคนขึ้นสแตนด์ ในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเช่นนี้..หรือแม้แต่การอัญเชิญธรรมจักรและพระเกี้ยวที่เรียบง่ายขึ้น ใช้กำลังคนน้อยลงเช่นนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาได้ดีเช่นเดียวกัน..ซึ่งถ้ามองถึงผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจกันไว้ (แม้ว่าจะไม่อลังการเท่าเดิม ทั้ง stand แปรอักษรและขบวนอัญเชิญ)


ยังไงก็ตาม การจัดงานบอลสานสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้มีแต่นิสิตนักศึกษาที่จัดกันเอง แต่ผู้บริหารของทั้งสองมหาวิทยาลัยก็เข้ามาช่วยสนับสนุนเช่นกัน..ดังนั้น รูปแบบวิธีการที่เปลี่ยนไปนี้ จึงถือว่าผ่านความเห็นชอบจากผู้หลักผู้ใหญ่ของมหาวิทยาลัยทั้งสองแล้วนะครับ


ดังนั้น ผู้ที่กังวลว่างานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ จะดูด้อยลง ลดความสวยงามอลังการลงจากเดิม ก็คงจะต้องรอดูในปีหน้าๆ ถัดไป ว่างานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 75 นั้น จะจัดออกมาในรูปแบบไหน? จะสวยงามยิ่งใหญ่เท่าสมัยปี 2563 หรือเปล่า?


หรือจะเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ไปตามสมัยนิยม ที่ลดเรื่องพิธีรีตอง และเน้นคุณค่าของตัวงาน ตามวัตถุประสงค์มากขึ้น..ซึ่งก็ต้องรอฟังทางสมาคมศิษย์เก่าของสองสถาบันนำเสนอชี้แจงกันต่อไป


แต่ไม่ใช่ มาดู "งานบอลสานสัมพันธ์ของนิสิตนักศึกษา" ปีนี้ แล้วจะมารีบด่วนตัดสินว่า หลายๆ อย่าง (เช่น เสลี่ยงอัญเชิญพระเกี้ยว) ถูกยกเลิกไปแล้วอย่างที่ข่าวไปกระพือกันนะครับ…เน้นย้ำ ให้มองว่า มันเป็นคนละงานกันครับ!


ป.ล.ส่วนใครปวารณาตัว อยากจะมาช่วยยกเสลี่ยงอันเชิญพระเกี้ยวให้ ในปีหน้าๆ ต่อไป ก็เป็นเรื่องน่ายินดีนะครับ รีบมาสมัครล่วงหน้าได้เลย"