ดื่มมัทฉะอย่างไรไม่ให้ซีด เปิดวิธีดื่มชาเขียวไม่เสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็ก

ดื่มมัทฉะอย่างไรไม่ให้ซีด ล่าสุดกรมอนามัยออกมาเปิดเผยข้อมูลจริงถึงกลไกที่มัทฉะเข้าไปขัดขวางร่างกาย จนคนทำงานที่ดื่มชาแทนน้ำต้องเริ่มเช็กตัวเองด่วน

ดื่มมัทฉะอย่างไรไม่ให้ซีด มัทฉะเลิฟเวอร์ต้องฟังทางนี้ ถึงแม้ "มัทฉะ" จะขึ้นชื่อเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยให้สดชื่น แต่รู้ไหมครับว่าหากดื่ม "มากเกินไป" หรือ "ผิดเวลา" อาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะซีดหรือโลหิตจางได้โดยไม่รู้ตัว ล่าสุดกรมอนามัยออกมาเปิดเผยข้อมูลจริงถึงกลไกที่มัทฉะเข้าไปขัดขวางร่างกาย จนคนทำงานที่ดื่มชาแทนน้ำต้องเริ่มเช็กตัวเองด่วน

 

ทำไมมัทฉะถึงเสี่ยงทำโลหิตจาง?


ในมัทฉะมีสารที่เรียกว่า "แทนนิน" (Tannin) สูง ซึ่งสารนี้จะเข้าไปจับตัวกับธาตุเหล็กในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไปสร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่เต็มที่ หากดื่มบ่อยเกินไปจะทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน จนเกิดอาการ อ่อนเพลีย วิงเวียน และดูซีดเซียว

 

4 สูตรดื่มมัทฉะให้ปลอดภัย (ฉบับกรมอนามัย)

เพื่อให้ยอดวิวพุ่ง ต้องสรุปวิธีแก้ปัญหาให้คนแชร์เก็บไว้

ลิมิตการดื่ม: ไม่ควรเกิน 1-2 แก้วต่อวัน

เว้นระยะมื้ออาหาร: ดื่มห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง (เพื่อให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากข้าวเสร็จก่อน)

กินวิตามินซีช่วย: กินผักหรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น

ดื่มน้ำเปล่าให้พอ: อย่าใช้มัทฉะดื่มแทนน้ำตลอดทั้งวัน

 

ดื่มมัทฉะอย่างไรไม่ให้ซีด เปิดวิธีดื่มชาเขียวไม่เสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็ก

ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

  • ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ (ที่มีประจำเดือน)
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่กินมังสวิรัติ (ซึ่งได้รับธาตุเหล็กน้อยอยู่แล้ว)

 

ดื่มมัทฉะอย่างไรไม่ให้ซีด เปิดวิธีดื่มชาเขียวไม่เสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็ก

 

 

หน่วยงานที่ตรวจสอบ


กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
ขอบคุณ : ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม