หมอเปิดวิธี "อ่านผลเลือดเบาหวาน" ที่ถูกต้องที่สุด มีประโยชน์มาก

“หมอเจด” ไขความลับการอ่าน "ผลเลือดเบาหวาน" อ่านให้เป็น ไม่ใช่ดูแค่น้ำตาลขึ้น–ลง โพสต์เดียวเข้าใจทั้งระบบ!

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

อ่านผลเลือดเบาหวานให้เป็น

ดูค่าอะไร สำคัญยังไง เช็กตามโพสต์นี้เลย!

เวลาคนไข้ส่ง “ผลเลือด” มาให้หมอดู

หลายคนจะโฟกัสแค่ตัวเลขขึ้น–ลง

แต่จริง ๆ แล้ว แต่ละค่าเล่า “ปัญหาคนละมุม”

และหมอต้องดูเป็น “ภาพรวม” ถึงจะแนะนำได้ตรงจุดครับ

1) FBS (น้ำตาลตอนเช้า)

ค่านี้บอกว่าเมื่อคืนร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีแค่ไหน

ถ้า FBS สูง มักเจอเหตุผลประมาณนี้

• เครียดสะสม

• นอนน้อย / นอนไม่ลึก

• ฮอร์โมนตอนเช้า (cortisol) กระตุ้นน้ำตาล

• มื้อเย็นหนัก / ดึก / แป้งเยอะ

ถ้า FBS “ขึ้น ๆ ลง ๆ” บ่อย ๆ

แปลว่า “ระบบยังไม่นิ่ง”

มักต้องเริ่มปรับ พฤติกรรมก่อนนอน ก่อนครับ

2) HbA1c (น้ำตาลเฉลี่ย 3 เดือน)

อันนี้คือ ภาพรวม 90 วัน

บอกว่าน้ำตาล “แกว่ง” มากแค่ไหน

ตีความง่าย ๆ แบบนี้

• HbA1c สูง แต่ FBS ปกติ → มื้อพุ่งบ่อย (หลังอาหาร)

• FBS สูง แต่ HbA1c ไม่สูงมาก → ปัญหาหลักอยู่ “ช่วงเช้า”

ค่านี้ช่วยบอก “ภาพรวมการคุม” ชัดที่สุดครับ

3) Triglyceride (TG)

อันนี้หมอให้ความสำคัญมากนะ

หลายคนถามนะครับ มันเกี่ยวกับเบาหวานยังไง

เพราะมันสะท้อนเรื่อง ดื้ออินซูลิน ได้ดี

• TG สูงมักพบร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้คุมน้ำตาลยากขึ้น

• ถ้า TG ลดลง มักเป็นสัญญาณว่าระบบเมตาบอลิซึมดีขึ้น (เมื่อดูร่วมกับน้ำตาล/รอบเอว/พฤติกรรม)

มุมที่หลายคนพลาด

คนที่ “ผอมแต่เป็นเบาหวาน” เจอ TG สูงได้

เพราะปัญหาคือ “ดื้ออินซูลิน” ไม่ใช่แค่น้ำหนักครับ

4) HDL / LDL

ไม่ได้ดูไว้ “ออกยาคอเลสเตอรอลอย่างเดียว”

แต่ดูเพื่อประเมิน ความเสี่ยงระยะยาวของคนเบาหวาน

• HDL ต่ำ → พบร่วมกับ ภาวะเมตาบอลิซึมไม่ดี/ความเสี่ยงระยะยาวสูงขึ้น

• LDL บางแบบ → เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและความเสี่ยงหลอดเลือด

เพราะงั้นหมอจะดู “รวมกับน้ำตาล”

ไม่ใช่ดูแยกชิ้นครับ

หมอเปิดวิธี อ่านผลเลือดเบาหวาน ที่ถูกต้องที่สุด มีประโยชน์มาก