- 24 ม.ค. 2569
หมอเจดเตือน ผู้หญิงวัย 40+ เลือดออกผิดปกติอย่าชะล่าใจ เคสจริงพบมะเร็งมดลูกระยะเริ่มต้น เผยวิธีสังเกต แบบไหนที่ต้องระวัง
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
วันนี้มีเคสหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังครับ เป็นผู้หญิงอายุ 42 ปี มาปรึกษาด้วยอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยเป็น ๆ หาย ๆ นอกช่วงประจำเดือน บางเดือนมามาก บางเดือนมานิดเดียว บางครั้งมาหลังมีเพศสัมพันธ์ เจ้าตัวคิดว่าเป็น “ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยน” ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (Perimenopause) เลยไม่ได้กังวลมากนัก คิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง
ช่วงแรกไม่ได้ปวดท้องรุนแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการอื่นชัดเจน แค่รู้สึกเพลียง่าย ซีดง่าย เหนื่อยง่ายบ้าง แต่ก็โทษว่าเป็นเพราะงานหนัก พักผ่อนน้อย จนเวลาผ่านไปหลายเดือน เลือดยังออกผิดปกติเรื่อย ๆ เริ่มมีอาการแน่นท้องน้อย ปวดหน่วง ๆ และเริ่มอ่อนเพลียผิดปกติ ถึงตัดสินใจมาตรวจอย่างจริงจัง
ผลตรวจอัลตราซาวด์ + ตรวจภายใน + ตัดชิ้นเนื้อ กลายเป็นข่าวร้ายครับ พบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (มะเร็งมดลูกระยะเริ่มต้น) ที่น่าตกใจคือ คนไข้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงชัดเจน ไม่ได้อ้วนมาก ไม่ได้เป็นเบาหวานชัด ไม่ได้ใช้ฮอร์โมนเสริม แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ “สัญญาณเตือนเล็ก ๆ” ที่ถูกมองข้ามมานาน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. เลือดออกผิดปกติ แต่คิดว่าเป็นฮอร์โมนวัย 40+
ผู้หญิงวัย 40+ หลายคนเข้าใจว่า รอบเดือนแปรปรวน = เรื่องปกติของวัยใกล้หมดประจำเดือน แต่ความจริงคือ เลือดออกนอกประจำเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกถี่ผิดปกติ ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะมะเร็งมดลูกระยะต้นมักเริ่มจากอาการแบบนี้ และ “ไม่เจ็บ” ทำให้คนชะล่าใจ
2. ซีด เหนื่อยง่าย แต่คิดว่าเป็นแค่พักผ่อนไม่พอ
การเสียเลือดเรื้อรังทีละน้อยจากมดลูกที่ผิดปกติ ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กแบบเงียบ ๆ เลือดจางโดยไม่รู้ตัว อาการที่พบบ่อยคือ เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนหัว หน้ามืด มือเท้าเย็น ผิวซีด สมาธิลดลง หลายคนโฟกัสว่าเป็นเพราะงานหนัก เครียด นอนน้อย ทั้งที่จริงร่างกายกำลังเสียเลือดสะสมต่อเนื่องจากความผิดปกติในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม
3. ประจำเดือนมามากผิดปกติ แต่ชินไปแล้ว
บางเดือนเลือดออกมากเป็นพิเศษ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย เลือดเป็นลิ่มใหญ่ มานานเกิน 7 วัน หรือมีเลือดซึมยาวหลายวันติดต่อกัน แต่หลายคนคิดว่าเป็น “ฮอร์โมนวัย 40+” เลยปล่อยผ่าน ความจริงรูปแบบการมีประจำเดือนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในสัญญาณคลาสสิกของความผิดปกติในโพรงมดลูก ตั้งแต่เยื่อบุหนาตัวผิดปกติ ไปจนถึงระยะเริ่มต้นของมะเร็งมดลูกได้เลย
4. ปวดหน่วงท้องน้อยเป็น ๆ หาย ๆ
อาการปวดไม่รุนแรง ไม่บิด ไม่ปวดเฉียบพลัน แค่หน่วง ๆ แน่น ๆ ตื้อ ๆ ทำให้หลายคนไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วมะเร็งมดลูกระยะต้นมักเริ่มจากอาการลักษณะนี้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูกและการอักเสบเรื้อรัง อาการจึงมาแบบเบา ๆ แต่ต่อเนื่อง และค่อย ๆ รบกวนชีวิตประจำวันโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่ากำลังมีพยาธิสภาพซ่อนอยู่ครับ
ดูแลตัวเองไม่ให้เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้ แค่ทำตามนี้
• ตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ (Pap smear / HPV test) แม้ไม่มีอาการ
• ฉีดวัคซีน HPV แม้อายุเกิน 30 ก็ยังได้ประโยชน์
• ใช้ถุงยางอนามัยลดการติดเชื้อ HPV
• หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
• ไม่สูบบุหรี่เพราะบุหรี่ทำให้ภูมิคุ้มกันเยื่อบุปากมดลูกแย่ลง
• เสริมภูมิด้วยอาหารต้านอักเสบ
• นอนพอ ลดเครียด เพราะภูมิที่ดีช่วยกำจัดเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
ผู้หญิงวัย 40+ ถ้ามีเลือดออกผิดปกติ ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของวัยใกล้หมดประจำเดือนเสมอไปครับ เพราะหลายกรณีเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความผิดปกติในโพรงมดลูก ไปจนถึงมะเร็งมดลูกระยะต้นที่ยังไม่มีอาการรุนแรง เช่น เลือดออกนอกประจำเดือน ประจำเดือนมามากผิดปกติ ซีด เหนื่อยง่าย ปวดหน่วงท้องน้อย ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรชะล่าใจ การตรวจภายใน อัลตราซาวด์ และคัดกรองอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ เพราะมะเร็งมดลูกถ้าตรวจเจอเร็ว รักษาได้ดี โอกาสหายขาดสูง และป้องกันการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นในชีวิตได้จริงครับ






