- 27 ม.ค. 2569
ถึงว่า 2 บุคลากรทางการแพทย์ในต่างประเทศติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ก่อนทำทั่วโลกผวาหนัก เตือนนักเดินทาง อินเดีย - บังกลาเทศ เฝ้าสังเกตอาการ 21 วัน
มีรายงานว่า ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus Disease) หลังมีรายงานพบผู้ป่วยในรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย และองค์การอนามัยโลกจัดให้เป็น 1 ใน 13 โรคติดต่ออันตราย
นพ.โสภณ ระบุว่า กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคไวรัสนิปาห์ โดยสถานการณ์ในต่างประเทศพบผู้ป่วยยืนยันเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย และมีการระบาดในพื้นที่เมืองบาราซัต รัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย รวมถึงบังกลาเทศ ซึ่งการติดเชื้อเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะในชุมชน
แม้พื้นที่ระบาดจะอยู่ห่างไกล แต่เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต กระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งการให้กรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. โดยเน้นการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้กรอกเอกสารติดตามอาการ จัดเตรียมด่านควบคุมโรค สถานพยาบาล และทีมสอบสวนโรคให้พร้อมปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 พร้อมประเมินความเสี่ยงซ้ำอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์
ด้าน พญ.จุไร ให้ข้อมูลว่า โรคไวรัสนิปาห์เป็นโรคอุบัติซ้ำที่มีความรุนแรง มีค้างคาวผลไม้ เช่น ค้างคาวแม่ไก่ เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ สามารถแพร่เชื้อสู่สัตว์กลาง เช่น สุกร และติดต่อสู่คน หรือจากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง อย่างไรก็ตาม โรคนี้มีอัตราการแพร่กระจายต่ำ อยู่ที่ 0.2 - 0.8 ต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 แต่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะ
ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะมีค้างคาวแม่ไก่ แต่จากข้อมูลการสำรวจตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบอัตราการติดเชื้อในค้างคาวไทยเพียงร้อยละ 10 และไม่เคยพบการติดเชื้อในสุกรหรือคนในพื้นที่เสี่ยง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย ไม่รับประทานผลไม้ที่ตกพื้นหรือมีรอยกัดแทะ งดดื่มน้ำผลไม้สดที่ไม่ผ่านการต้มสุก และหากเดินทางกลับแล้วมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางทันที
ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ทุกวัน เวลา 08:00 - 20:00 น.






