- 06 ก.พ. 2569
เปิดจดหมายจากแดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ “ไผ่ ดาวดิน” ประกาศยังไม่ยอมแพ้ แม้ไร้สิทธิเลือกตั้ง แต่เสียงยังยืนข้างประชาชน
เปิดจดหมาย "ไผ่ ดาวดิน" จาก แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุ
“ผมคงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งและลงประชามติ มีแต่เสียงของคนที่ผิดหวังแล้วยังสู้อยู่…”
ประชาชนทั้งหลายพึงรู้ไว้เถิดว่า 10 ปี แพ้นี้ต้องชำระ ประชามติปี 2559 ได้ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญปี 2560 ร่างกติกาการเลือกตั้งที่ลดทอนคุณค่า ทำให้เสียงของประชาชนไร้ความหมาย เราเลือกผู้แทนเลือกพรรค แต่คนชนะไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะ ส.ว. มีอำนาจเลือกนายก 5 ปี เลือกตั้งไป 2 ที ก็โหวตสวนความต้องการของประชาชน ชอบขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทำลายความฝันในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตยซ้ำแล้วซ้ำเล่า อำนาจสูงสุดกลับกลายเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ที่คอยเซาะกร่อนบ่อนทำลายความหวังในการเปลี่ยนแปลง ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิ์ผู้แทนที่มาจากเสียงของประชาชน ก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจของรัฐสภา ตีความตามใจเพื่อผลประโยชน์ฝ่ายอนุรักษ์นิยม พยายามทำลายความคิดความเชื่อมั่นว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
10 ปีที่แล้วประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม แต่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนได้เรียนรู้และเห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญร่วมกัน เราไม่อาจแก้ไขอดีตที่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ แต่เราร่วมสร้างความหวังในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยด้วยมือของประชาชนได้ ไม่ว่าคุณจะเลือกพรรคประชาชนหรือเลือกพรรคเพื่อไทย ขอจงร่วมแรงร่วมใจ “8 กุมภากาเห็นชอบ” และคอยตรวจสอบการเลือกตั้งช่วยกัน เพราะ กกต. เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระ ซึ่งหมายความว่าอิสระจากประชาชน และพร้อมทำประโยชน์ให้กับกลุ่มของตนที่แต่งตั้งมา
ผมคงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งและลงประชามติ มีแต่เสียงของคนที่ผิดหวังแล้วยังสู้อยู่ ขอให้รู้ไว้ว่า เสียงนี้จะเลือกพรรคประชาชนจนกว่าจะได้เป็นรัฐบาล เสียงนี้จะกาเห็นชอบจนกว่าจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ
เชื่อมั่นในประชาชน
ไผ่ ดาวดิน
2 กุมภาพันธ์ 2569
แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ






