ถึงว่า "ไตรกลีเซอไรด์" พุ่ง 200 กว่า หมอเผย ต้นตอแท้จริงแล้ว

"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เตือน ไตรกลีเซอไรด์พุ่งเกิน 200 ไม่ได้มาจากกินมันอย่างเดียว แต่ “มื้อเย็น” คือปัจจัยหลัก

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

"หลายคนไปตรวจเลือดแล้วตกใจ ทั้งที่ไม่ได้กินมันเยอะ ไม่ได้อ้วนมาก แต่ค่าไตรกลีเซอไรด์กลับพุ่งเกิน 200 ทั้งที่พยายามคุมอาหารแล้ว ความจริงคือ ไตรกลีเซอไรด์มักขึ้นสูงที่สุดจาก “มื้อเย็น” เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเผาผลาญช้าลง ตับเริ่มพัก และไขมันจะถูกสะสมง่ายกว่าตอนกลางวัน ถ้ามื้อเย็นยังเป็นแบบนี้ทุกวัน ต่อให้ไม่กินหวานตอนเช้า ไตรกลีเซอไรด์ก็สูงได้จริงครับ

ถึงว่า ไตรกลีเซอไรด์ พุ่ง 200 กว่า หมอเผย ต้นตอแท้จริงแล้ว

1. มื้อเย็นจัดแป้งหนัก ข้าว+เส้นซ้อนกัน
หลายคนกินข้าวแล้วต่อด้วยก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวกับขนมปัง เพราะคิดว่าไม่ใช่ของมัน แต่แป้งส่วนเกินจะถูกตับเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ทันที โดยเฉพาะตอนเย็นที่ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานมากเหมือนตอนเช้า น้ำตาลไม่พุ่งก็จริง แต่ไขมันในเลือดจะค่อย ๆ สูงขึ้นแบบเงียบ ๆ

2. กินของทอดตอนเย็น ไขมันค้างในเลือดทั้งคืน
ไก่ทอด หมูกรอบ เฟรนช์ฟราย คืออาหารที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ขึ้นเร็วที่สุด เพราะไขมันอิ่มตัวสูง และใช้เวลาย่อยนานมาก พอกินตอนเย็น ร่างกายไม่มีเวลาจัดการ ไขมันจะค้างในกระแสเลือดไปจนถึงเช้า และสะสมเป็นไขมันพอกตับได้ง่ายมาก

3. มื้อเย็นมีน้ำหวานหรือของหวานปิดท้าย
หลายคนกินคาวเสร็จแล้ว “ขอหวานนิดนึง” เช่น ชานม น้ำผลไม้ เค้ก หรือผลไม้หวานจัด แต่น้ำตาลช่วงเย็นจะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ได้ไวมากกว่าช่วงอื่น เพราะอินซูลินทำงานช้าลง ยิ่งหวานหลังอาหาร ยิ่งเร่งไขมันในเลือดพุ่งแบบไม่รู้ตัว

4. กินดึก แล้วนอนเลย ตับไม่มีเวลาลดไขมัน
พฤติกรรมที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์เกิน 200 บ่อยที่สุดคือ “กินแล้วนอน” เพราะตอนนอนร่างกายเผาผลาญต่ำมาก ไขมันและน้ำตาลจะถูกเก็บเข้าตับทันที ทำให้ค่า TG สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะกินไม่เยอะก็ตาม ถ้าหยุดมื้อดึกได้ ไตรกลีเซอไรด์ลดลงชัดในไม่กี่สัปดาห์ครับ

5. กับข้าวดูไม่มัน แต่แฝงไขมันสูง
อาหารยอดฮิตอย่างผัดกะเพรา ผัดพริกแกง ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวมันไก่ หรืออาหารร้านตามสั่ง มักใช้น้ำมันเยอะกว่าที่คิดมากเลยครับ ต่อให้ไม่เห็นน้ำมัน แต่ไขมันสะสมสูง ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ขึ้นแบบเงียบ ๆ ยิ่งกินมื้อเย็นทุกวัน ตับยิ่งทำงานหนักและไขมันพอกตับตามมา

ลดไตรกลีเซอไรด์พุ่งด้วยวิธีนี้
ถ้าอยากให้ไตรกลีเซอไรด์ลดลงจริง ไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรือพึ่งยาเสมอไป แต่ต้อง “เปลี่ยนจังหวะมื้อเย็น” ให้ตับได้พัก

• วิธีที่ได้ผลมากคือจัดจานแบบง่าย ๆ คือครึ่งจานเป็นผัก 1 ใน 4 เป็นโปรตีนย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ และเหลือแป้งแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น จะช่วยลดการเปลี่ยนแป้งเป็นไขมันได้ทันที
• หลังมื้อเย็นให้เดินเบา ๆ 10–15 นาที เพราะกล้ามเนื้อจะดึงน้ำตาลไปใช้ ทำให้ตับไม่ต้องเปลี่ยนส่วนเกินเป็นไตรกลีเซอไรด์
• และพยายามงดของหวานปิดท้าย รวมถึงหลีกเลี่ยงการกินดึก เพราะช่วงกลางคืนคือเวลาที่ไขมันสะสมง่ายที่สุด
• อีกตัวช่วยสำคัญคือเลือกไขมันดี โอเมเก้า-3 เช่น ปลาทู อะโวคาโด ถั่วอัลมอนด์ แทนของทอด
• และดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำอุ่นแทนน้ำหวาน เพียงทำต่อเนื่องไม่กี่สัปดาห์ ค่า TG จะค่อย ๆ ลดลงได้จริงแบบปลอดภัยครับ

ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิน 200 ไม่ได้มาจาก “กินมัน” อย่างเดียว แต่มาจากมื้อเย็นที่แป้งหนัก หวานแฝง ทอดบ่อย กินดึก และนอนเร็วเกินไป เพราะตอนกลางคืนตับจะเปลี่ยนส่วนเกินเป็นไขมันสะสมทันที ถ้าอยากให้ TG ลดลงจริง เริ่มง่ายสุดคือ มื้อเย็นลดแป้งครึ่งหนึ่ง เลี่ยงหวานหลังอาหาร และเดินเบา ๆ หลังมื้อเย็น 10–15 นาที แค่นี้ค่าก็เริ่มลงได้ครับ